📝 แบบ สกล.5 คืออะไร ทำไมลูกจ้างทุกคนควรกรอกไว้ก่อน
แบบ สกล.5 คือ หนังสือกำหนดตัวบุคคลผู้จะได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างเสียชีวิต ถ้าลูกจ้างกรอกไว้ เงินในกองทุนจะถูกจ่ายให้คนที่ระบุตามสัดส่วนที่กำหนด แต่ถ้าไม่ได้ทำไว้ กฎหมายจะจ่ายให้ทายาทตามที่กำหนดในสัดส่วนเท่า ๆ กันแทนครับ
เมื่อกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มจัดเก็บเงินจริงในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้างจะกลายเป็นเงินก้อนของลูกจ้างแต่ละคน แบบ สกล.5 จึงเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้ลูกจ้าง “เลือกเอง” ได้ว่าอยากให้เงินก้อนนี้ตกถึงใคร ไม่ต้องปล่อยให้เป็นไปตามลำดับที่กฎหมายกำหนด บทความนี้จาก Digitalscan (บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด) สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ครับ
⚖️ ที่มาทางกฎหมาย
แบบ สกล.5 ออกตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 133 วรรคสอง ที่วางหลักไว้ว่า หากลูกจ้างเสียชีวิตโดยไม่ได้ทำหนังสือกำหนดตัวผู้รับเงินไว้ ให้จ่ายเงินจากกองทุนแก่ บุตร สามี ภรรยา คู่สมรส บิดา และมารดา ที่มีชีวิตอยู่ คนละส่วนเท่า ๆ กัน
✍️ วิธีกรอกแบบ สกล.5 และสิ่งที่ต้องระบุ
- ระบุ “เขียนที่”: ใส่สถานที่ทำหนังสือให้ชัดเจน เพื่อใช้ตรวจสอบและอ้างอิงทางกฎหมายได้หากเกิดข้อสงสัยภายหลัง
- กรอกข้อมูลลูกจ้าง (ผู้แสดงเจตนา): ชื่อ-สกุล อายุ สัญชาติ เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ให้ครบถ้วน
- ระบุผู้รับประโยชน์: ชื่อ-สกุล เลขบัตรประชาชน (ต้องระบุ) ความเกี่ยวข้อง และที่อยู่/ช่องทางติดต่อของแต่ละคน
- กำหนดสัดส่วน: ระบุจำนวน “ส่วน” ที่แต่ละคนจะได้รับ โดย คิดจาก 100 ส่วน และเมื่อรวมทุกคนแล้วต้องได้ครบ 100 ส่วนพอดี
- ลงลายมือชื่อ: ผู้แสดงเจตนาลงชื่อ พร้อมพยาน 2 คนลงชื่อกำกับ
วันที่รับ ………..
ผู้รับ ………..
( นายวิน วิน )
พยาน
( นส. เจนซี ทำงานไว )
ผู้แสดงเจตนา
( นางโรซา รอย )
พยาน
ตัวอย่างการกรอกแบบ สกล.5 (ภาพจำลอง — รายละเอียดจริงให้ยึดตามแบบฟอร์มของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)
🚩 3 เรื่องสำคัญที่มักเข้าใจผิด
- ต้องเขียนสถานที่ให้ชัด: ช่อง “เขียนที่” ไม่ใช่พิธีการ แต่มีไว้เพื่อความน่าเชื่อถือและใช้อ้างอิงทางกฎหมาย
- สัดส่วนต้องรวมกันได้ 100: ถ้าใส่ตัวเลขแล้วรวมกันไม่ครบหรือเกิน 100 ส่วน อาจทำให้การจ่ายเงินมีปัญหา
- ไม่ต้องส่งแบบมาที่กรมฯ: ลูกจ้างเก็บเอกสารต้นฉบับไว้เอง แต่ต้อง บันทึกข้อมูลแบบ สกล.5 เข้าระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งลูกจ้างต้องสมัครใช้งาน e-Service ทุกคน (ระบบอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม ให้ดำเนินการตามกำหนดของกรมฯ)
📌 ถ้าผู้รับประโยชน์เปลี่ยนหรือเสียชีวิตก่อน ต้องทำอย่างไร
- ไม่กำหนดสัดส่วน: หากไม่ได้ระบุส่วนไว้ ถือว่าผู้รับประโยชน์ทุกคนได้รับส่วนเท่า ๆ กัน
- ผู้รับประโยชน์เสียชีวิตก่อนลูกจ้าง: ให้นำส่วนแบ่งของคนนั้นไปจัดสรรให้ผู้รับประโยชน์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ตามสัดส่วนที่แต่ละคนจะได้รับ
- มีผู้รับประโยชน์มากกว่าที่ระบุ: ให้จัดทำแบบเพิ่มเติม
- ต้องการเปลี่ยนตัวผู้รับ: ให้ทำแบบ สกล.5 ฉบับใหม่ และแจ้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทราบทันที
💡 ข้อคิดสำหรับ HR: แบบ สกล.5 เป็นเรื่องของลูกจ้างก็จริง แต่ HR ที่ช่วยสื่อสารและอำนวยความสะดวกให้พนักงานเข้าใจและกรอกไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งของครอบครัวพนักงานในอนาคต และสะท้อนว่าองค์กรดูแลสวัสดิการอย่างรอบคอบครับ
✅ เช็กลิสต์สำหรับ HR ช่วยพนักงานเตรียม สกล.5
- สื่อสารให้พนักงานรู้ว่าแบบ สกล.5 คืออะไร และทำไมควรกรอกไว้ก่อน
- เตรียมแบบฟอร์มและตัวอย่างการกรอกที่ถูกต้องให้พนักงานใช้อ้างอิง
- แนะนำให้พนักงานสมัครใช้งานระบบ e-Service ของกรมฯ ตามกำหนด และบันทึกข้อมูลให้ครบ
- ย้ำให้ตรวจสัดส่วนให้รวมกันครบ 100 และเก็บเอกสารต้นฉบับไว้เป็นหลักฐาน
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Qถ้าลูกจ้างไม่ทำแบบ สกล.5 ไว้ เงินกองทุนจะตกเป็นของใคร?
จะจ่ายให้บุตร สามี ภรรยา คู่สมรส บิดา และมารดาที่มีชีวิตอยู่ คนละส่วนเท่า ๆ กัน ตามมาตรา 133 วรรคสอง ลูกจ้างจึงควรทำ สกล.5 ไว้หากอยากเลือกผู้รับเอง
Qต้องส่งแบบ สกล.5 ไปที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไหม?
ไม่ต้องส่งเอกสารครับ ให้ลูกจ้างเก็บต้นฉบับไว้เอง แต่ต้องบันทึกข้อมูลลงระบบ e-Service ของกรมฯ ตามที่กำหนด
Qโปรแกรมเงินเดือนช่วยจัดการเรื่องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้อย่างไร?
แม้แบบ สกล.5 จะเป็นเรื่องที่ลูกจ้างทำผ่าน e-Service แต่ โปรแกรมเงินเดือน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน ของ Digitalscan ช่วยดูแลฝั่งการหักเงินสะสมและข้อมูลพนักงานให้เป็นระบบ พร้อมปรับตามประกาศทางการได้ครับ
ติ๊กเปิดใช้งานที่ข้อมูลพนักงาน + ตั้งเปอร์เซ็นต์การหักในงวดเงินเดือน คำนวณบนสลิปให้ตามอัตราที่กรอก ปรับตามประกาศทางการได้
เก็บทะเบียนพนักงาน ค่าจ้าง และเวลาทำงานอย่างเป็นระบบ ช่วยงาน HR ทั้งการหักเงินและการสื่อสารสวัสดิการ
Digitalscan (บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด) — ลงทุนครั้งเดียว ควบคุมต้นทุนระยะยาวได้ชัดเจน
⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลอ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 133 วรรคสอง และประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบหนังสือกำหนดบุคคลผู้จะพึงได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง กรณีลูกจ้างตาย (แบบ สกล.5) จัดทำเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายรายกรณี วิธีการและระบบ e-Service อาจปรับได้ตามที่กรมฯ กำหนด โปรดตรวจสอบแบบฟอร์มและประกาศล่าสุดจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก่อนดำเนินการครับ


