ขณะนี้ระบบ e-Service ส่วน “ขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงและพัฒนา ยังไม่เปิดให้นำส่งเงินจริง โดยจะเริ่มจัดเก็บเงินตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ HR และนายจ้าง เตรียมความพร้อมล่วงหน้า ภาพหน้าจอทั้งหมดเป็นภาพจำลองเพื่ออธิบายลำดับการทำงาน หน้าตาจริงเมื่อระบบเปิดใช้อาจแตกต่างออกไป โปรดตรวจสอบกับกรมฯ อีกครั้งก่อนดำเนินการจริง
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะเริ่มจัดเก็บเงินจริงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 กับนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บทความนี้สรุปสิ่งที่ HR และนายจ้างควรเตรียมไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่ใครต้องเข้าร่วม คำนวณเงินอย่างไร ไปจนถึงภาพรวมขั้นตอนการยื่นแบบ สกล.3 และการนำส่งเงินเมื่อระบบของกรมฯ เปิดใช้จริง เพื่อให้พร้อมรับมือก่อนถึงกำหนด
สรุปให้ก่อน ใน 30 วินาที
- เริ่มจัดเก็บจริง 1 ตุลาคม 2569 นำส่งงวดแรกภายใน 15 พฤศจิกายน 2569
- ทุกเดือน หักเงินสะสมจากลูกจ้าง 0.25% ของค่าจ้าง แล้วนายจ้างสมทบเพิ่มอีก 0.25%
- ยื่นแบบ สกล.3 และจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ของกรมฯ ไม่รับเงินสด
- เดือนถัด ๆ ไป ต้องยื่นและจ่าย ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ช้ากว่านั้นเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน
- ลูกจ้างจะได้เงินก้อนนี้พร้อมดอกผลคืน เมื่อออกจากงาน เกษียณ หรือเสียชีวิต
01 / พื้นฐานกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร
ให้นึกภาพกระปุกออมสินของลูกจ้างที่ฝากไว้กับรัฐ ทุกเดือนบริษัทจะหักเงินเดือนลูกจ้างนิดเดียวหยอดลงกระปุก เรียกว่า เงินสะสม แล้วนายจ้างควักเงินของบริษัทหยอดสมทบให้อีกจำนวนเท่ากัน เรียกว่า เงินสมทบ
วันหนึ่งที่ลูกจ้างออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออกเอง ถูกเลิกจ้าง หมดสัญญา เกษียณ หรือเสียชีวิต เงินในกระปุกก้อนนั้นพร้อมดอกผลจะกลับไปเป็นของเขา นี่คือหลักประกันชิ้นสุดท้ายที่กฎหมายเตรียมไว้ให้ลูกจ้าง
เงินที่นำส่งเข้ามาจะถูกเก็บรักษาไว้ที่ธนาคารกรุงไทย ตามที่คู่มือของกรมฯ ระบุไว้ว่าเป็นการจัดเก็บ ไม่ได้นำเงินออกมาบริหารจัดการแต่ประการใด
เงินสะสม = เงินของลูกจ้าง (หักจากค่าจ้าง) · เงินสมทบ = เงินของนายจ้าง (จ่ายเพิ่มให้) · เงินเพิ่ม = ค่าปรับเมื่อนำส่งช้า
02 / ขอบเขตใครต้องเข้า จ่ายเท่าไร เริ่มเมื่อไหร่
| เรื่อง | รายละเอียด |
|---|---|
| ใครต้องเข้า | กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือกองทุนสงเคราะห์ภายในอยู่แล้ว |
| ลูกจ้างไม่ถึง 10 คน | ไม่ถูกบังคับ แต่สมัครใจเข้าร่วมได้ โดยยื่นแบบ สกล.3/1 และถ้าระหว่างทางลูกจ้างลดลงต่ำกว่า 10 คน กิจการอาจพ้นจากข่ายบังคับ แต่ยังส่งต่อโดยสมัครใจได้หากนายจ้างยินยอม |
| นับ 10 คนอย่างไร | นับรวมลูกจ้างทุกสาขาทั่วประเทศ นับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และนับรวมทุกประเภท ทั้งรายวัน ชั่วคราว ทดลองงาน และลูกจ้างต่างชาติที่ทำงานภายใต้สัญญาจ้างแรงงาน |
| มี PVD บางส่วน | ถ้ามีลูกจ้างบางรายไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เช่น อยู่ระหว่างทดลองงานหรือไม่สมัครเข้า นายจ้างต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้ลูกจ้างกลุ่มนั้นทุกคน |
| กลุ่มที่ได้รับยกเว้น | ลูกจ้างในกิจการประมงทะเล งานบ้านที่มิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย กิจการที่ไม่แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ เช่น มูลนิธิและสมาคม บุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนเอกชน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ |
| อัตราช่วงแรก | 1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574 ฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง |
| อัตราช่วงถัดไป | ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป ฝ่ายละ 0.50% ของค่าจ้าง |
| ฐานคำนวณ | ค่าจ้างจริง ไม่มีเพดานขั้นต่ำและขั้นสูงแบบประกันสังคม |
| นำส่งงวดแรก | ค่าจ้างเดือนตุลาคม 2569 นำส่งภายใน 15 พฤศจิกายน 2569 |
ตัวอย่างให้เห็นภาพ ลูกจ้างค่าจ้างเดือนละ 30,000 บาท จะถูกหักเงินสะสม 75 บาท และนายจ้างจ่ายสมทบอีก 75 บาท รวมเข้ากองทุน 150 บาท ต่อเดือน
ค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานคำนวณ รวมอะไร ไม่รวมอะไร
จุดนี้คิดผิดกันบ่อยที่สุด เพราะไม่ได้เอารายได้ทั้งก้อนมาคูณ 0.25%
| นับเป็นค่าจ้าง | ไม่นับเป็นค่าจ้าง |
|---|---|
| เงินเดือน · ค่าครองชีพ · เงินประจำตำแหน่ง · ค่าวิชาชีพ · คอมมิชชันที่จ่ายตามผลงานปกติ | ค่าล่วงเวลา · ค่าทำงานในวันหยุด · โบนัส · เบี้ยขยัน · สวัสดิการช่วยเหลือ เช่น ค่าที่พักและค่าอาหาร |
- ลูกจ้างเข้าหรือออกกลางเดือน คิดจากค่าจ้างที่จ่ายจริงในเดือนนั้น ไม่มีเพดานขั้นต่ำและขั้นสูง
- ลูกจ้างรายวันและลูกจ้างตามผลงาน รวมรายได้ที่ถือเป็นค่าจ้างของเดือนนั้นแล้วคูณอัตรา 0.25%
- เดือนไหนลูกจ้างลาโดยไม่รับค่าจ้างทั้งเดือน ก็ไม่มีเงินสะสมและเงินสมทบ แต่ยังต้องมีชื่ออยู่ในแบบ สกล.3 เพราะยังไม่สิ้นสภาพลูกจ้าง
ยื่นได้ 2 ทาง
- ออนไลน์ ผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ eservice.labour.go.th ซึ่งจะมีเมนูของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างปรากฏขึ้นเพื่อรองรับการขึ้นทะเบียนและนำส่งเงิน ส่วนแบบฟอร์มและข่าวสารดาวน์โหลดได้ที่ protection.labour.go.th
- ยื่นด้วยตนเอง ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือสำนักงานพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ตามที่ตั้งของสถานประกอบกิจการ
03 / เตรียมตัวเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนยื่น
- เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักของบริษัท
- ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน อีเมล และเบอร์โทรของผู้ที่จะเป็นคนยื่น
- รายชื่อลูกจ้างทุกคน พร้อมเลขบัตรประชาชน สัญชาติ ประเภทค่าจ้าง จำนวนค่าจ้าง และวันเริ่มงาน
- ลูกจ้างต่างชาติ ใช้หนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) หรือใบอนุญาตทำงาน อย่างใดอย่างหนึ่ง
- คนที่ลาออกระหว่างเดือน ต้องมีวันสิ้นสุดงานและสาเหตุการออกจากงาน
ถ้ามีลูกจ้างหลายสิบคนขึ้นไป อย่ากรอกทีละคน ให้ดาวน์โหลดไฟล์ Excel ต้นแบบจากในระบบมากรอกทีเดียวแล้วอัปโหลด เร็วกว่ากันหลายเท่า
04 / ลงมือทำภาพรวม 10 ขั้นตอน ตั้งแต่สมัครจนจ่ายเงิน (เมื่อระบบเปิดใช้)
ส่วนนี้เป็นภาพรวมลำดับการใช้งานที่จะต้องทำ เมื่อระบบของกรมฯ เปิดให้บริการจริง (ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างพัฒนา) หน้าจอทั้งหมดเป็นภาพจำลองที่วาดขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน หน้าตาจริงอาจต่างไปตามเวอร์ชันที่กรมฯ พัฒนา จึงควรใช้เป็นแนวทางเตรียมความพร้อม ไม่ใช่คู่มือหน้าจอตายตัว
สมัครรหัสผู้ใช้งาน
เข้าเว็บไซต์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน คลิกลิงก์ไประบบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แล้วกดปุ่มลงทะเบียนมุมขวาบน หรือลิงก์สมัครสมาชิกใต้ปุ่มเข้าสู่ระบบ นายจ้างเข้าระบบด้วย ThaiD ได้เช่นกัน
ภาพจำลอง 1 · หน้าเข้าสู่ระบบ ปุ่มลงทะเบียนอยู่มุมขวาบน ลิงก์ลืมรหัสผ่านอยู่ใต้ช่องรหัสผ่าน
| ประเภท | รูปแบบรหัสผู้ใช้งาน |
|---|---|
| สำนักงานใหญ่ | เลขนิติบุคคล 13 หลัก (บุคคลธรรมดาใช้เลขบัตรประชาชน) |
| สำนักงานสาขา | เลขนิติบุคคล 13 หลัก + รหัสจังหวัด 2 หลัก + รหัสสาขาที่ตั้งเอง 4 หลัก รวม 19 หลัก |
ถ้าไม่อยากให้คนที่ดูแลงานอื่นเห็นข้อมูลเงินเดือนพนักงาน สมัครรหัสผู้ใช้งานแยกอีกชุดเฉพาะเรื่องการนำส่งเงินได้เลย ระบบรองรับหลายรหัสผู้ใช้งานภายใต้เลขนิติบุคคลเดียวกัน
ลืมรหัสผ่าน กดรีเซ็ตเองได้
กดลิงก์ลืมรหัสผ่านใต้ช่องกรอกรหัส แล้วทำตามขั้นตอนกู้คืน ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่
เข้าระบบและเลือกเมนู
เมนูของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะแยกออกมาจากเมนูบริการอื่นของกรมฯ ชัดเจน เริ่มต้นที่กล่องแรกเสมอ
ภาพจำลอง 2 · เมนูหลัก 4 กล่อง ต้องเริ่มที่กล่องแรกคือลงทะเบียน PIN Code ก่อนเสมอ
ตั้งรหัส PIN 6 หลัก
PIN คือกุญแจดอกที่สอง ระบบถามทุกครั้งก่อนเข้าเมนูเพื่อยืนยันตัวตนสองชั้นและตรวจสอบสิทธิ ข้อมูลที่ต้องกรอกมี 9 ช่อง คือ สถานประกอบกิจการ คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน อีเมล เบอร์โทรศัพท์ กำหนดรหัส PIN และยืนยันรหัส PIN
ภาพจำลอง 3 · ฟอร์มลงทะเบียน PIN Code กรอกครั้งเดียว ระบบไม่ให้ลงทะเบียนซ้ำ
ถ้าต้องการทำงานต่อ กรุณาใส่ PIN แล้วกดปุ่ม “ตกลง”
ยกเลิก ตกลงภาพจำลอง 4 · ทุกครั้งที่จะเข้าเมนู ระบบจะเด้งหน้าต่างนี้ขึ้นมาให้ใส่ PIN ก่อน
ตั้งได้ครั้งเดียว และถ้าลืม เจ้าหน้าที่จะไม่แจ้ง PIN เดิมให้ทราบ ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเพื่อยกเลิก PIN เดิมแล้วกำหนดใหม่ ซึ่งกินเวลา จดเก็บไว้ในที่ปลอดภัยตั้งแต่วันแรก
เลือกแบบที่จะยื่น
| รูปแบบ | ใช้เมื่อไหร่ |
|---|---|
| นำเข้าข้อมูลลูกจ้าง (ครั้งแรก) | นำรายชื่อตั้งต้นเข้าระบบไว้ก่อน โดยยังไม่จ่ายเงินจริง (ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569) เพื่อให้ยื่นรอบจริงสะดวกขึ้น |
| แบบ สกล.3 | แบบมาตรฐานที่ใช้ยื่นจริงทุกเดือน ระบบจะคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ และเงินเพิ่ม (ถ้ามี) ให้ |
| แบบ สกล.3/1 | สำหรับกิจการที่ลูกจ้างไม่ได้อยู่ในบังคับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เช่น ลูกจ้างไม่ถึง 10 คน แต่สมัครใจเข้าร่วม |
ภาพจำลอง 5 · เลือกรูปแบบการยื่น เลือกปีและเดือนของรอบส่งเงิน แล้วดาวน์โหลด Template หรืออัปโหลดไฟล์
กรอกข้อมูลให้ตรงเงื่อนไข ไม่งั้นระบบตีกลับ
นี่คือจุดที่คนพลาดมากที่สุด ระบบตรวจเข้มทุกช่อง ถ้าผิดรูปแบบจะขึ้นเป็นรายการไม่ถูกต้องทันที
| ช่อง | เงื่อนไข |
|---|---|
| คำนำหน้า | ต้องกรอก เป็นตัวอักษรไทยหรืออังกฤษ มีจุดและช่องว่างได้ ไม่เกิน 30 ตัวอักษร ห้ามมีตัวเลขหรืออักขระพิเศษ |
| ชื่อ | ต้องกรอก ไม่เกิน 50 ตัวอักษร ห้ามมีตัวเลขหรืออักขระพิเศษ |
| นามสกุล | ไม่มีการตรวจสอบเงื่อนไข |
| อายุ | ต้องเป็นตัวเลข ตั้งแต่ 1 ถึง 99 ปี |
| สัญชาติ | ต้องกรอก ห้ามเว้นว่าง เลือกจากรายการใน Sheet สัญชาติเท่านั้น ซึ่งมีให้เลือกคือ ไทย เมียนมา ลาว และสัญชาติอื่น ห้ามเคาะ Spacebar |
| เลขบัตรประชาชน | สัญชาติไทยต้องเป็นตัวเลข 13 หลัก และระบบตรวจความถูกต้องของเลข สัญชาติอื่นกรอกได้ไม่เกิน 20 ตัวอักษร |
| ประเภทค่าจ้าง | เลือกได้เฉพาะ รายวัน รายเดือน หรือ ตามผลงาน |
| ค่าจ้าง | ต้องมากกว่า 0 และไม่เกิน 9999999.99 |
| วันเริ่มงาน | ไม่บังคับกรอก รูปแบบ DD/MM/YYYY เป็นปี พ.ศ. |
| วันสิ้นสุดงาน | ถ้ากรอกวันสิ้นสุด ต้องกรอกสาเหตุการออกด้วย และถ้ากรอกสาเหตุ ก็ต้องกรอกวันสิ้นสุดด้วย สาเหตุยาวไม่เกิน 255 ตัวอักษร |
ภาพจำลอง 6 · หน้าเพิ่มข้อมูลรายคน ระบบคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบให้อัตโนมัติจากค่าจ้าง
ลูกจ้างที่เดือนนั้นไม่มีค่าจ้าง ก็ยังต้องกรอกข้อมูลเข้าไปด้วย และเศษสตางค์ให้ดูทศนิยมหลักที่ 3 ตั้งแต่ 5 ขึ้นไปปัดขึ้น ไม่ถึง 5 ปัดทิ้ง
ตรวจสอบก่อนส่ง
กดปุ่มตรวจสอบการนำส่ง ระบบจะสรุปเป็นตัวเลขให้เห็นชัด ๆ ว่ามีลูกจ้างกี่คน แยกตามสัญชาติเท่าไร ต้องนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเท่าไร พร้อมบอกว่ามีกี่รายการที่ถูกต้องและกี่รายการที่ไม่ถูกต้อง
ภาพจำลอง 7 · สรุปผลตรวจสอบหลังนำเข้าไฟล์ Excel ก่อนกดส่งข้อมูลจริง
เมื่อกดส่งข้อมูล ระบบจะส่งให้กรมฯ ทันทีและแก้ในรายการเดิมไม่ได้ ถ้าพบว่าผิดภายหลัง ต้องยื่นแบบ สกล.3/2 เพื่อขอแก้ไขรายการให้ถูกต้อง ตรวจให้ครบถ้วนก่อนกดจะง่ายกว่ามาก
ส่งข้อมูลและรับหมายเลขอ้างอิง
ส่งข้อมูลสำเร็จ
ระบบได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว · กรุณาชำระเงินภายใน 15/11/2569 เวลา 23:59 น.ภาพจำลอง 8 · หน้าส่งข้อมูลสำเร็จ จดหมายเลขอ้างอิงไว้ และสังเกตวันครบกำหนดชำระที่ระบบแจ้ง
หมายเหตุที่ระบบขึ้นไว้คือ ข้อมูลการชำระเงินจะถูกอ้างอิงในระบบภายใน 1 วันทำการหลังชำระเรียบร้อย และถ้าเกินกำหนดชำระจะมีค่าปรับเพิ่มเติมตามกฎหมาย
จ่ายเงิน เลือกได้ 2 ทาง
ชำระเงินสะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่ม (ถ้ามี) ได้สองแบบ มีค่าบริการ 10 บาท ต่อการชำระ 1 ครั้ง
นำไปชำระผ่านธนาคารหรือเคาน์เตอร์บริการ
สแกนเพื่อชำระผ่าน Mobile Banking
ภาพจำลอง 9 · หน้าเลือกช่องทางชำระเงิน ระบบสรุปยอดรวมและหมายเลขอ้างอิงให้ก่อนยืนยัน
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
ภาพจำลอง 10 · ใบแจ้งชำระเงินแยกบรรทัดเงินสะสมลูกจ้างกับเงินสมทบนายจ้าง มีบาร์โค้ด QR และเลขอ้างอิงสำหรับธนาคาร
เก็บหลักฐานและตรวจย้อนหลัง
จ่ายเสร็จแล้วยังไม่จบ กลับเข้าระบบเพื่อพิมพ์ แบบ สกล.4 หนังสือรับรองว่าสถานประกอบกิจการนี้ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนเรียบร้อยแล้ว (กรณีสมัครใจเข้าร่วมจะเป็นแบบ สกล.4/1)
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
หนังสือสำคัญฉบับนี้ให้ไว้เพื่อแสดงว่า บริษัท ตัวอย่าง จำกัด เลขทะเบียนนิติบุคคล 0105558012345
ให้แก่ลูกจ้าง จำนวน ๑๐๐ คน
ตั้งแต่วันที่ ๑ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นต้นไป
ภาพจำลอง 11 · หน้าตาโดยรวมของแบบ สกล.4 ระบุชื่อกิจการ เลขทะเบียน จำนวนลูกจ้าง และวันที่มีผล
อีกอย่างที่ต้องรู้จักคือหน้าประวัติการยื่น ระบบเก็บย้อนหลังให้ครบทั้งวันที่ดำเนินการ รอบการส่งเงิน ประเภทการชำระ จำนวนลูกจ้าง เงินเพิ่ม และสถานะการชำระ
| วันที่ | รอบส่งเงิน | ประเภท | ลูกจ้าง | เงินนำส่ง | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|
| 01/11/2569 | ตุลาคม | เงินสะสม/สมทบ | 1,230 | 20,505.24 | ชำระเงินแล้ว |
| 02/11/2569 | ตุลาคม | เงินเพิ่ม | 1,230 | 1,250.00 | รอชำระเงิน |
| 01/10/2569 | กันยายน | เงินเพิ่ม | 980 | 980.00 | ชำระไม่สำเร็จ |
ภาพจำลอง 12 · หน้าประวัติย้อนหลัง สีเขียวคือชำระแล้ว สีเหลืองคือรอชำระ สีแดงคือชำระไม่สำเร็จ
05 / งานประจำเดือนคนเข้าใหม่ คนลาออก และข้อมูลที่กรอกผิด
หลายคนเข้าใจว่าต้องมีแบบฟอร์มแจ้งเข้าแจ้งออกแยกเหมือนประกันสังคม จริง ๆ แล้วงานส่วนใหญ่จบในแบบ สกล.3 ของเดือนนั้นเลย
- ลูกจ้างเข้าใหม่ เพิ่มชื่อลงในแบบ สกล.3 ประจำเดือนนั้น ระบุวันเริ่มงานและฐานค่าจ้าง ระบบคำนวณเงินนำส่งให้ทันที
- ลูกจ้างลาออกหรือถูกเลิกจ้าง ระบุวันสิ้นสุดงานพร้อมสาเหตุการออกในแบบ สกล.3 ของเดือนที่พ้นสภาพ ถือเป็นการแจ้งออกในตัว
- ข้อมูลผิด เช่น ชื่อหรืออายุคลาดเคลื่อน ใช้แบบ สกล.3/2 แจ้งเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขแบบรายการ ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง
ถ้านายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างหรือลูกจ้าง (สปส. 1-01, สปส. 1-03) หรือแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตน (สปส. 6-15) ต่อสำนักงานประกันสังคมไปแล้ว กฎหมายถือว่าได้ยื่นแบบ สกล.3 หรือ สกล.3/2 ต่อกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแล้วเช่นกัน ตามมาตรา 130 วรรคแปด แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
แบบฟอร์มตระกูล สกล. ที่ต้องรู้จัก
| แบบ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| สกล.3 | แบบรายการแสดงรายชื่อลูกจ้างและการนำส่งเงิน ยื่นทุกเดือน |
| สกล.3/1 | แบบเดียวกัน สำหรับกิจการที่ลูกจ้างไม่ได้อยู่ในบังคับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 และสมัครใจเข้าร่วม |
| สกล.3/2 | แจ้งเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลในแบบรายการที่ยื่นไปแล้ว ยื่นได้ทั้งในระบบ e-Service และที่สำนักงานพื้นที่หรือจังหวัด |
| สกล.4 | หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกกองทุน พิมพ์เก็บเป็นหลักฐาน |
| สกล.4/1 | หนังสือรับรอง สำหรับกิจการที่สมัครใจเข้าร่วม |
| สกล.5 | หนังสือกำหนดบุคคลผู้จะพึงได้รับเงิน ลูกจ้างเป็นคนกรอกเอง บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service เก็บตัวจริงไว้กับตัว และแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ตลอด |
ลูกจ้างควรทำแบบ สกล.5 ระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ตั้งแต่ต้น เพราะถ้าไม่ระบุ วันที่ต้องใช้จริงจะยุ่งยากกับครอบครัวเขาเอง เรื่องนี้ HR ช่วยแจ้งพนักงานได้ตั้งแต่วันปฐมนิเทศ
06 / กติกากำหนดเวลา ค่าปรับ และบทลงโทษ
นายจ้างต้องยื่นแบบ สกล.3 หรือ สกล.3/1 พร้อมนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงินสะสมไว้ ช้ากว่านั้นต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 5 ต่อเดือน
คิดร้อยละ 5 ต่อเดือน จากยอดเงินที่ไม่ได้นำส่งหรือส่งไม่ครบ เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 16 ของเดือนที่ต้องนำส่ง เศษของเดือนถ้าถึง 15 วันให้นับเป็น 1 เดือน ถ้าน้อยกว่านั้นปัดทิ้ง และการชำระเงินเพิ่มก็เสียค่าบริการอีก 10 บาทต่อครั้งเช่นกัน ตั้งเตือนในปฏิทินไว้ทุกวันที่ 10 จะปลอดภัยที่สุด
บทลงโทษถ้าไม่ทำ
- ไม่ยื่นแบบรายการ หรือแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- หักเงินลูกจ้างไว้แล้วไม่นำส่งตามคำสั่ง อาจถูกยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาด
กรณีวันที่ 15 ตรงกับวันหยุด โดยทั่วไปหน่วยงานรัฐจะอนุโลมเป็นวันทำการถัดไป และรหัสจังหวัด 2 หลักกับรหัสสาขา 4 หลักที่ใช้ประกอบรหัสผู้ใช้งาน 19 หลัก จะอ้างอิงจากข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ในระบบ ทั้งสองเรื่องนี้ยังไม่มีหนังสือระบุชัด แนะนำให้สอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ก่อน
ข้อจำกัดอื่นที่ควรรู้
- กรมฯ ให้ชำระผ่านระบบเท่านั้น ไม่รับเงินสด
- ถ้าบริษัทเดียวสมัครไว้หลายรหัสผู้ใช้งาน ข้อมูลจะแยกกันตามรหัสนั้น ๆ รวมข้อมูลกันดูไม่ได้
- เข้าเป็นสมาชิกแล้ว ออกไม่ได้ ยกเว้นกิจการจัดตั้งและเปลี่ยนไปใช้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพแทน หรือลูกจ้างคนนั้นสิ้นสุดการเป็นลูกจ้างจากการลาออก ถูกเลิกจ้าง หมดสัญญา เกษียณ หรือเสียชีวิต
- ลูกจ้างที่เกษียณแล้วกลับเข้ามาทำงานใหม่ ต้องกลับเข้าเป็นสมาชิกกองทุนอีกครั้ง
07 / ปลายทางถึงวันที่ลูกจ้างขอรับเงินคืน
ทั้งหมดที่ทำมาทุกเดือนมีปลายทางอยู่ตรงนี้ วันที่ลูกจ้างพ้นสภาพและมาขอรับเงินก้อนของตัวเองคืน ส่วนนี้ HR ควรอธิบายให้พนักงานฟังได้
| เรื่อง | รายละเอียด |
|---|---|
| ใครยื่น ยื่นที่ไหน | ลูกจ้างยื่นคำขอด้วยแบบ สกล.1 หรือแบบที่กรมฯ กำหนด ต่อพนักงานตรวจแรงงานในท้องที่ที่นำส่งเงิน |
| หน้าที่ของนายจ้าง | ออกหนังสือยืนยันการสิ้นสภาพลูกจ้างให้ภายใน 30 วันนับแต่วันพ้นสภาพ |
| ได้อะไรคืนบ้าง | เงินสะสมของลูกจ้าง เงินสมทบของนายจ้าง และดอกผลของทั้งสองก้อน |
| ภาษี | ปัจจุบันเงินก้อนนี้ยังไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เหมือนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประเด็นนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา |
| กรณีลูกจ้างเสียชีวิต | ถ้าทำแบบ สกล.5 ไว้ เงินตกแก่ผู้ที่ระบุ ถ้าไม่ได้ทำไว้ เงินจะตกแก่บุตร คู่สมรส และบิดามารดาที่มีชีวิตอยู่ แบ่งคนละส่วนเท่า ๆ กัน หากไม่มีทายาทเลย เงินตกเป็นของกองทุน |
ชวนพนักงานกรอกแบบ สกล.5 ระบุผู้รับผลประโยชน์ตั้งแต่วันปฐมนิเทศ เพราะแก้ไขทีหลังได้ตลอด แต่ถ้าไม่มีไว้เลย วันที่ต้องใช้จริงครอบครัวเขาจะยุ่งยากกว่ามาก
08 / คำถามที่เจอบ่อยถามมา ตอบไป
บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ต้องเข้ากองทุนนี้ไหม
กิจการที่จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้วได้รับยกเว้น แต่ต้องไล่ตรวจเป็นรายคน เพราะถ้ามีลูกจ้างบางรายไม่ได้เป็นสมาชิก PVD เช่น อยู่ระหว่างทดลองงานหรือไม่สมัครเข้า นายจ้างต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้ลูกจ้างกลุ่มนั้นทุกคน
ต้องแจ้งเข้าแจ้งออกแยกเหมือนประกันสังคมไหม
ไม่ต้อง คนเข้าใหม่ให้เพิ่มชื่อในแบบ สกล.3 ของเดือนนั้น คนลาออกให้ใส่วันสิ้นสุดงานกับสาเหตุ ถือเป็นการแจ้งออกในตัว และถ้ายื่น สปส. 1-03 หรือ สปส. 6-15 กับประกันสังคมไปแล้ว ถือว่ายื่นต่อกองทุนแล้วด้วย
ลืมรหัส PIN ต้องทำยังไง
ติดต่อเจ้าหน้าที่ เพราะระบบไม่แจ้ง PIN เดิมให้ทราบ จะมีกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยกเลิก PIN เดิมแล้วกำหนดใหม่ ระหว่างนั้นจะเข้าเมนูอะไรไม่ได้เลย
ลูกจ้างต่างชาติกรอกเลขอะไร
ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งตามลำดับ คือ หนังสือเดินทาง (Passport) บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) หรือใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ความยาวไม่เกิน 20 ตัวอักษร
กรอกชื่อหรืออายุผิดไปแล้ว แก้ยังไง
ใช้แบบ สกล.3/2 แจ้งเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขแบบรายการ ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง
ค่าล่วงเวลากับโบนัส ต้องเอามารวมคำนวณ 0.25% ไหม
ไม่ต้อง ฐานค่าจ้างนับเฉพาะเงินเดือน ค่าครองชีพ เงินประจำตำแหน่ง ค่าวิชาชีพ และคอมมิชชันที่จ่ายตามผลงานปกติ ส่วนค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด โบนัส เบี้ยขยัน และสวัสดิการช่วยเหลือ ไม่นำมารวม
เงินที่ลูกจ้างได้คืน ต้องเสียภาษีไหม
ปัจจุบันยังไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เหมือนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประเด็นนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ควรติดตามประกาศเพิ่มเติม
ลูกจ้างเสียชีวิตโดยไม่ได้ทำ สกล.5 ใครได้เงิน
เงินจะตกแก่บุตร คู่สมรส และบิดามารดาที่มีชีวิตอยู่ แบ่งคนละส่วนเท่า ๆ กัน ถ้าไม่มีทายาทเลย เงินจะตกเป็นของกองทุน
ชำระเงินเกินไป ขอคืนได้ไหม
ได้ นายจ้างยื่นเรื่องขอรับเงินคืนที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานภายในระยะเวลาที่กำหนด
ยอดเงินมีเศษสตางค์ ปัดยังไง
ดูที่ทศนิยมหลักที่ 3 ถ้าตั้งแต่ 5 ขึ้นไปให้ปัดขึ้น ไม่ถึง 5 ให้ปัดทิ้ง คิดแยกเป็นรายคน
ข้อมูลลูกจ้างพร้อม งานยื่นก็จบใน 10 นาที
งานที่กินเวลาจริง ๆ ไม่ใช่การกดปุ่มในเว็บ แต่คือการไล่หาว่าเดือนนี้ใครเข้าใหม่ ใครลาออกวันไหน และค่าจ้างแต่ละคนเท่าไร ถ้าข้อมูลเวลาทำงานกับค่าจ้างอยู่ในที่เดียวกันตั้งแต่ต้น การทำไฟล์ Excel ส่งกรมฯ ก็เหลือแค่ดึงออกมาแล้วอัปโหลด
Digitalscan จำหน่ายเครื่องสแกนลายนิ้วมือ ใบหน้า และฝ่ามือ พร้อมโปรแกรมเงินเดือน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีค่ารายเดือน ให้ข้อมูลพนักงาน เวลาทำงาน และค่าจ้าง อยู่ครบในระบบเดียว
โปรแกรมเงินเดือน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน ปรึกษาทาง LINE @digitalscan โทร 087-0010899เรียบเรียงจากคู่มือ “การใช้งานระบบสารสนเทศการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สำหรับสถานประกอบกิจการ (นายจ้าง) และลูกจ้าง” ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ประกอบกับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวดกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง และกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หน้าจอทั้งหมดในบทความนี้เป็นภาพจำลองที่วาดขึ้นใหม่เพื่อการอธิบาย ไม่ใช่ภาพถ่ายหน้าจอจริง และตัวเลขในภาพเป็นข้อมูลตัวอย่าง
บทความนี้สรุปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย รายละเอียดและกำหนดการอาจมีการปรับปรุง โปรดตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดในพื้นที่อีกครั้งก่อนดำเนินการ
#กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง #สกล3 #EWF #งานHR #Digitalscan


Pingback: ลงทะเบียน e-Service กรมสวัสดิการฯ เตรียมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง - Digitalscan ระบบลงเวลา พร้อมโปรแกรมเงิ