พนักงานลาป่วยบ่อย ติดวันหยุด นายจ้างทำอะไรได้บ้าง

คำตอบสั้น: กฎหมายให้ลูกจ้างลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และนายจ้างจะขอใบรับรองแพทย์ได้เมื่อลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 32) ลาป่วย 1–2 วันติดวันหยุดจึงไม่ผิดกฎหมายในตัวเอง แต่นายจ้างก็ไม่ได้ไร้ทางเลือกครับ

เครื่องมือที่ใช้ได้จริงคือ ระเบียบการแจ้งลาที่ชัดเจน + บันทึกการลารายคน + การสอบข้อเท็จจริงเมื่อมีหลักฐาน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าลาป่วยเท็จ ลงโทษทางวินัยได้ และถ้าป่วยจริงแต่บ่อยจนทำงานไม่ไหว ศาลฎีกาเคยรับว่าเลิกจ้างได้อย่างเป็นธรรม (แต่ยังต้องจ่ายค่าชดเชย) ครับ

คำถามนี้มาจากกลุ่ม HR จริง: พนักงานคนหนึ่งลาป่วยบ่อย และชอบลาวันศุกร์หรือวันจันทร์ ติดกับเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดยาว เพราะรู้ว่า 1 วันไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ เจ้าของกิจการและ HR หลายคนรู้สึกว่ามือถูกมัด แต่ถ้าแยกให้ออกว่าเป็นกรณี “ป่วยจริงแต่บ่อย” หรือ “ลาป่วยทั้งที่ไม่ได้ป่วย” วิธีจัดการจะต่างกันชัดเจน และศาลฎีกาก็วางแนวไว้ทั้งสองทาง

⚖️ กฎหมายให้สิทธิอะไรลูกจ้าง และให้อะไรนายจ้าง

  • ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง — มาตรา 32 ไม่ได้จำกัดจำนวนวัน และไม่ได้ห้ามลาติดวันหยุด
  • ใบรับรองแพทย์นับเป็น “วันทำงาน” — ลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้แสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือสถานพยาบาลของรัฐ ลาศุกร์กับจันทร์คร่อมเสาร์-อาทิตย์ยังเป็นแค่ 2 วันทำงาน ถ้าไม่มีใบรับรองแพทย์ ลูกจ้างต้องชี้แจงให้นายจ้างทราบ
  • ต่ำกว่า 3 วันทำงาน มีหรือไม่มีใบรับรองแพทย์ก็ได้ — เป็นแนวที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเคยชี้แจงไว้ ลูกจ้างบางคนอาจแค่ซื้อยากินเองหรือไปอนามัย
  • ค่าจ้างวันลาป่วย — มาตรา 57 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างวันลาป่วยตลอดเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วันทำงาน
  • สิทธินี้คุ้มครองเฉพาะ “ป่วยจริง” — ถ้าไม่ได้ป่วย การยื่นใบลาป่วยไม่ใช่การใช้สิทธิตามมาตรา 32 นายจ้างจึงไม่อนุมัติ ถือเป็นการขาดงาน หรือดำเนินการทางวินัยได้ตามข้อเท็จจริง

🔍 ศาลฎีกาเคยตัดสินเรื่องลาป่วยเท็จและลาป่วยบ่อยอย่างไร

คดีชุดนี้หลายคดีตัดสินก่อนมี พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (สมัยใช้ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน) แต่หลักเรื่องทุจริตต่อหน้าที่ การละทิ้งหน้าที่ และการเลิกจ้างที่เป็นธรรม ยังถูกนำมาใช้อธิบายมาตรา 119 ในปัจจุบัน

↔ เลื่อนดูตารางได้

คำพิพากษาข้อเท็จจริงศาลวินิจฉัย
ฎีกา 2125-2126/2530ลูกจ้างรายวันให้เพื่อนแจ้งว่าป่วย แต่ไปร่วมประชุมต่างจังหวัด วันรุ่งขึ้นยื่นใบลาป่วยและรับค่าจ้างวันนั้นไปเป็นการแสวงประโยชน์โดยมิชอบ ถือเป็นทุจริตต่อหน้าที่และผิดวินัยร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องเตือนก่อนและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ฎีกา 5968/2530ลูกจ้างรายเดือนลาป่วยว่าปวดศีรษะ 1 วัน นายจ้างส่งคนไปดูที่บ้าน ไม่พบตัว แต่พบนั่งดื่มสุราที่บ้านเพื่อน นายจ้างไม่อนุมัติใบลาแต่ไม่ได้ตัดค่าจ้างถือว่าขาดงาน แต่เมื่อนายจ้างไม่ใช้สิทธิตัดค่าจ้างเอง จะอ้างว่าลูกจ้างทุจริตค่าจ้างไม่ได้ และข้อบังคับไม่ได้กำหนดว่าเป็นความผิดร้ายแรง จึงยังต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ฎีกา 1683/2535กรรมการลูกจ้างลาป่วยเท็จครึ่งวัน นายจ้างขอศาลอนุญาตเลิกจ้างลาป่วยเท็จเพียงครึ่งวันโดยนายจ้างไม่ได้เสียหายเป็นพิเศษ ยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง ศาลอนุญาตให้ลงโทษได้แค่ตักเตือนเป็นหนังสือ
ฎีกา 3041/2531พนักงานขับรถโดยสารลาป่วยทุกเดือน รวม 38 วันในปีเดียว เกินสิทธิตามข้อบังคับ และนายจ้างเคยเตือนเป็นหนังสือแล้ว แม้การลาทุกครั้งได้รับอนุญาตสุขภาพไม่สมบูรณ์จนทำงานหนักในหน้าที่ไม่ไหว ถือว่าเจ็บป่วยจนหย่อนสมรรถภาพ เป็นเหตุอันสมควร การเลิกจ้างไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
ฎีกา 2771/2530ลูกจ้างหยุดงานไม่ลา 2 วันที่มีวันอาทิตย์คั่น แล้วโทรลากิจ-ลาป่วยต่ออีกหลายวัน กลับมาก็ไม่ยื่นใบลาตามระเบียบการโทรแจ้งโดยไม่ยื่นใบลาตามระเบียบไม่ถือว่าลาแล้ว พฤติการณ์เป็นละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
อ่านรวมแล้วได้ความว่า: ศาลไม่ได้ตัดสินจากคำว่า “ลาป่วยเท็จ” อย่างเดียว แต่ดูว่าพิสูจน์ได้จริงไหม ลูกจ้างได้ประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่ นายจ้างเสียหายแค่ไหน และข้อบังคับของบริษัทเขียนโทษไว้อย่างไร ส่วนการลาป่วยจริงแต่บ่อย ศาลมองเรื่องสมรรถภาพในการทำงานและการเตือนที่ผ่านมาครับ

🧭 แยก 3 กรณีให้ออก ก่อนตัดสินใจลงโทษ

1ป่วยจริง แต่ลาบ่อยหรือลาติดวันหยุดเป็นประจำ

ไม่ใช่ความผิดวินัย การป่วยก่อนหรือหลังวันหยุดเกิดขึ้นได้จริง นายจ้างจ่ายค่าจ้างวันลาป่วยตามมาตรา 57 ถ้าลาบ่อยจนกระทบงานต่อเนื่อง ให้คุยถึงสุขภาพ เตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และหากถึงขั้นหย่อนสมรรถภาพ การเลิกจ้างอาจเป็นธรรมตามแนวฎีกา 3041/2531 แต่เหตุนี้ไม่อยู่ในมาตรา 119 นายจ้างจึงยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118

2มีหลักฐานว่าไม่ได้ป่วย (ลาป่วยเท็จ)

นายจ้างไม่อนุมัติใบลา ถือเป็นการขาดงาน และลงโทษตามข้อบังคับได้ ส่วนจะถึงขั้น “ทุจริตต่อหน้าที่” ที่เลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119(1) หรือไม่ ต้องดูการได้ประโยชน์และความเสียหายจริงเป็นรายกรณี ถ้ายังไม่ร้ายแรง ทางที่ปลอดภัยคือหนังสือเตือนก่อน ซึ่งมีผลไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่กระทำผิด

3ไม่แจ้งลา หรือแจ้งแต่ไม่ทำตามระเบียบการลา

ถ้าหยุดไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร 3 วันทำงานติดต่อกัน มาตรา 119(5) เขียนชัดว่าไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ถ้าลูกจ้างมีเหตุจำเป็นจริง เช่น ป่วยหนักจนติดต่อไม่ได้ ก็ไม่เข้าข้อนี้

✅ ถ้าเจอพนักงานลาป่วยติดวันหยุดบ่อย HR ควรทำอย่างไร

  • เขียนระเบียบการลาป่วยในข้อบังคับให้ชัด
    แจ้งลาทางไหน ภายในเวลาใด (เช่น ก่อนเวลาเข้างาน) ต้องยื่นใบลาเมื่อกลับมาทำงานวันแรก และระบุว่า “ลาป่วยโดยไม่ได้ป่วยจริง” เป็นความผิดระดับใด เพราะศาลดูข้อบังคับประกอบเสมอ
  • ขอใบรับรองแพทย์ตามที่กฎหมายให้
    ลาตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไปขอได้ ถ้าลูกจ้างไม่มี ให้บันทึกคำชี้แจงไว้ ลาสั้นกว่านั้นขอความร่วมมือให้แจ้งอาการหรือหลักฐานที่มีได้ แต่ไม่ควรใช้การไม่มีใบรับรองแพทย์เป็นเหตุตัดค่าจ้างวันลาป่วยที่อยู่ในสิทธิ
  • เก็บสถิติการลารายคน แล้วดูแพทเทิร์น
    ลาวันไหนบ่อย ติดวันหยุดกี่ครั้ง รวมกี่วันต่อปี ตัวเลขที่บันทึกต่อเนื่องคือข้อเท็จจริงที่ใช้คุยกับพนักงานได้ และใช้เป็นพยานหลักฐานได้ถ้าเรื่องไปถึงศาล
  • คุยก่อนตัดสิน
    ถามถึงสุขภาพแบบเปิดใจ บางคนป่วยเรื้อรังจริง การแนะนำให้พบแพทย์หรือปรับงานช่วยได้มากกว่าการลงโทษ และทำให้บริษัทมีบันทึกว่าได้พยายามช่วยแล้ว
  • สอบข้อเท็จจริงเมื่อมีเหตุสงสัยที่จับต้องได้
    “ลาติดวันหยุด” เพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักฐานว่าไม่ได้ป่วย ต้องมีข้อเท็จจริงประกอบ ให้ลูกจ้างได้ชี้แจง และตรวจสอบอย่างระมัดระวัง ไม่ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวเกินสมควร
  • ลงโทษเป็นขั้นตอน และระบุเหตุให้ครบ
    เริ่มจากหนังสือเตือนที่ระบุพฤติการณ์ ถ้าถึงขั้นเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย มาตรา 119 วรรคสองกำหนดให้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้างหรือแจ้งขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นยกขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้
  • ใช้แรงจูงใจเชิงบวกควบคู่
    การชมเชยหรือรางวัลสำหรับการมาทำงานสม่ำเสมอที่มีเงื่อนไขชัดเจนในระเบียบ ช่วยให้พนักงานส่วนใหญ่รู้สึกว่าความตั้งใจของตัวเองถูกมองเห็น

⚠️ สิ่งที่ไม่ควรทำ แม้จะรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ

  • หักค่าจ้างวันลาป่วยเพราะ “ลาติดวันหยุด”
    ถ้าป่วยจริงและยังไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี นายจ้างมีหน้าที่จ่ายตามมาตรา 57
  • บังคับใบรับรองแพทย์ทุกครั้งแล้วถือว่าไม่มี = ขาดงาน
    มาตรา 32 ให้สิทธิขอใบรับรองแพทย์เมื่อลาตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป และเปิดทางให้ลูกจ้างชี้แจงแทนได้
  • ไล่ออกทันทีโดยไม่มีหลักฐานหรือไม่เคยเตือน
    แนวฎีกา 5968/2530 และ 1683/2535 ชี้ว่าลาป่วยเท็จครั้งเดียวที่ไม่ร้ายแรง ยังไม่พอจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
  • ตั้งกฎเฉพาะคนเดียวแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
    กติกาที่ใช้ไม่เท่ากันทั้งองค์กรมักกลายเป็นจุดอ่อนเมื่อมีข้อพิพาท
💡 ข้อคิดสำหรับองค์กร: ปัญหาลาป่วยติดวันหยุดแก้ด้วยความรู้สึกไม่ได้ แต่แก้ได้ด้วยข้อมูล ถ้าบริษัทมีระเบียบการลาที่ชัด มีบันทึกเวลาและการลาที่ตรวจย้อนหลังได้ และให้โอกาสพนักงานชี้แจงทุกครั้ง HR จะแยกได้ว่าใครป่วยจริงที่ควรได้รับการดูแล และใครที่ต้องถูกเตือนอย่างเป็นธรรมครับ

❓ คำถามที่พบบ่อย

ลาป่วย 1 วันติดวันหยุด นายจ้างบังคับให้มีใบรับรองแพทย์ได้ไหม

ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน นายจ้างอาจให้แสดงใบรับรองแพทย์ได้เมื่อลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป วันหยุดที่อยู่ติดกันไม่นับเป็นวันทำงาน ลาป่วย 1–2 วันจึงมีหรือไม่มีใบรับรองแพทย์ก็ได้ และแม้ลาตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไปแต่ไม่มีใบรับรองแพทย์ ลูกจ้างก็ชี้แจงให้นายจ้างทราบแทนได้

พนักงานลาป่วยบ่อย นายจ้างเลิกจ้างได้ไหม ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3041/2531 วินิจฉัยว่าลูกจ้างที่ลาป่วยทุกเดือนจนเกินสิทธิตามข้อบังคับ แสดงว่าเจ็บป่วยจนหย่อนสมรรถภาพ การเลิกจ้างจึงมีเหตุอันสมควร ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แต่การเจ็บป่วยไม่ใช่เหตุยกเว้นตามมาตรา 119 นายจ้างจึงยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118

จับได้ว่าลาป่วยเท็จ เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ไหม

ขึ้นกับข้อเท็จจริง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2125-2126/2530 ถือว่าลูกจ้างรายวันที่ลาป่วยเท็จแล้วรับค่าจ้างวันนั้นไปเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ เลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย แต่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5968/2530 และ 1683/2535 วินิจฉัยว่าการลาป่วยเท็จครั้งเดียวที่นายจ้างไม่ได้เสียหายเป็นพิเศษ ยังไม่ร้ายแรงพอจะไม่จ่ายค่าชดเชย

ขาดงานคร่อมวันหยุด นับเป็นละทิ้งหน้าที่ 3 วันได้ไหม

นับได้ถ้าครบ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร มาตรา 119(5) ระบุว่าไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2771/2530 วินิจฉัยว่าลูกจ้างที่หยุดงานโดยไม่ลาและไม่ยื่นใบลาตามระเบียบ ในช่วงที่มีวันอาทิตย์คั่น เป็นการละทิ้งหน้าที่ นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ควรเก็บข้อมูลการลาอย่างไรให้ใช้เป็นหลักฐานได้

ควรมีบันทึกเวลาเข้า-ออกและวันลาของพนักงานแต่ละคนที่ตรวจย้อนหลังได้ พร้อมใบลา คำชี้แจง และหนังสือเตือนที่ลงชื่อรับทราบ ระบบเครื่องสแกนเวลาที่เชื่อมกับโปรแกรมเงินเดือน เช่น Digitalscan ช่วยให้ HR ดูสรุปขาด ลา มาสาย รายวันและรายเดือนได้จากที่เดียว

💼 เห็นแพทเทิร์นการลาจากข้อมูลจริง ด้วย Digitalscan
🖐️
เวลาเข้า-ออกที่ตรวจย้อนหลังได้

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ DST168W หรือ เครื่องสแกนใบหน้า ฝ่ามือ WP800 ส่งเวลาเข้าโปรแกรมเงินเดือนโดยตรง

📊
สรุปขาด ลา มาสาย รายคน

ดูรายงานรายวัน รายเดือน แยกแผนก ใช้คุยกับพนักงานจากตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก

💰
ซื้อขาด จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน

ข้อมูลพนักงานเก็บในเครื่องของบริษัทเป็นค่าเริ่มต้น สอดคล้องแนวทาง PDPA

⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 32, 57, 118 และ 119 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2125-2126/2530, 5968/2530, 2771/2530, 3041/2531 และ 1683/2535 ผลของแต่ละคดีขึ้นกับข้อเท็จจริงและข้อบังคับของนายจ้างในคดีนั้น จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปโดย บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด (Digitalscan) ข้อมูลกฎหมาย ณ ตุลาคม พ.ศ. 2569 กรณีมีข้อพิพาทเฉพาะควรปรึกษาพนักงานตรวจแรงงานหรือทนายความครับ