คำตอบสั้น: กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างยังไม่ถูกยกเลิก แต่วันเริ่มเก็บเงินถูกขยับออกไป 3 เดือน จากเดิม 1 ตุลาคม 2569 เป็น 1 มกราคม 2570 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ
สำหรับกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป สิ่งที่ควรทำคือเริ่มหักเงินสะสมเมื่อถึงวันที่กฎหมายมีผลจริง และใช้เวลาที่ได้เพิ่มมาจัดข้อมูลลูกจ้างกับระบบเงินเดือนให้เรียบร้อย
ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 หลายบริษัทเตรียมระบบเพื่อหักเงินเข้ากองทุนในงวดแรกไว้แล้ว ข่าวการเลื่อนจึงทำให้เกิดคำถามตามมาหลายข้อ เช่น งวดตุลาคมยังต้องหักไหม ถ้าหักไปแล้วต้องทำอย่างไร และหน้าที่ของนายจ้างเปลี่ยนไปหรือไม่ บทความนี้ไล่ตอบทีละประเด็น โดยอิงจากตัวบทกฎหมายและประกาศของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ทั้งฝ่ายบริหารและพนักงานเข้าใจตรงกัน
ทำไมถึงเลื่อน และใครเป็นคนเสนอ
การเลื่อนรอบนี้มาจากที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่มีผู้แทนทั้งฝั่งลูกจ้างและฝั่งนายจ้างร่วมอยู่ด้วย ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรชะลอการเก็บเงินไว้ก่อน ด้วยเหตุผลหลักดังนี้
- น้ำท่วมช่วงปลายเดือนกันยายน — กิจการบางแห่งต้องหยุดหรือลดการผลิต ขณะที่ลูกจ้างบางส่วนรายได้หายและมีค่าซ่อมบ้านเพิ่ม
- ต้นทุนและกำลังซื้อ — เศรษฐกิจยังไม่นิ่ง ทั้งจากราคาพลังงานและสถานการณ์การค้าโลก
- สภาพคล่องของ SME — ถ้ากิจการฟื้นช้า อาจกระทบต่อการจ้างงาน
ไล่ไทม์ไลน์ให้ชัด กองทุนนี้เลื่อนมาแล้วกี่ครั้ง
| ช่วงเวลา | สิ่งที่เกิดขึ้น |
|---|---|
| พ.ศ. 2541 | พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน กำหนดให้มีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (มาตรา 126 เป็นต้นไป) แต่ยังไม่มีการเก็บเงินจริง |
| พ.ย. 2567 | ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เริ่มเก็บ 1 ตุลาคม 2568 |
| ก.ย. 2568 | ออกพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 เลื่อนเป็น 1 ตุลาคม 2569 |
| 2 ต.ค. 2569 | คณะกรรมการกองทุนฯ เห็นควรชะลอเพราะผลกระทบน้ำท่วม |
| ต.ค. 2569 | กระทรวงแรงงานเสนอ ครม. รับทราบ เลื่อนเป็น 1 มกราคม 2570 |
หลักกฎหมายที่ไม่ได้เปลี่ยนตามการเลื่อน
- ใครเป็นสมาชิก — มาตรา 130 กำหนดให้ลูกจ้างของสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเป็นสมาชิกกองทุน
- ใครอาจได้รับยกเว้น — เช่น กิจการที่ให้ลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือจัดการสงเคราะห์ลูกจ้างเองตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง ซึ่งต้องตรวจเงื่อนไขของแต่ละกิจการ
- จ่ายเมื่อไร — มาตรา 131 วรรคหนึ่ง ให้นายจ้างหักเงินสะสมจากค่าจ้างทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด
- หักค่าจ้างต้องมีกฎหมายรองรับ — มาตรา 76 ห้ามหักค่าจ้าง เว้นแต่กรณีที่กฎหมายยกเว้น ซึ่งรวมถึงเงินที่กฎหมายบัญญัติให้หัก การหักเงินสะสมจึงควรเริ่มตามวันที่กฎหมายมีผล ไม่เร็วกว่านั้น
- เงินเป็นของใคร — กองทุนมีไว้สงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อออกจากงานหรือตาย เงินสะสมจึงไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่หายไป
4 จุดที่มักพลาดในช่วงรอยต่อแบบนี้
- เข้าใจว่าเลื่อนแล้วคือยกเลิก
แล้วหยุดเตรียมระบบทั้งหมด พอถึงวันเริ่มจริงต้องเร่งแก้ทุกอย่างพร้อมกันในงวดเดียว - เริ่มหักก่อนวันที่กฎหมายมีผล
การหักค่าจ้างที่ไม่มีกฎหมายรองรับเสี่ยงขัดมาตรา 76 และสร้างคำถามจากพนักงานโดยไม่จำเป็น - หักงวดตุลาคมไปแล้วแต่เงียบไว้
ยอดที่หักไปแล้วควรแยกบันทึกรายคน แจ้งพนักงานตรง ๆ และสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ หรือสายด่วน 1506 ว่าควรคืนหรือดำเนินการอย่างไร - ไม่นับจำนวนลูกจ้างใหม่
กิจการที่จ้างเพิ่มจนถึง 10 คนในช่วงนี้ อาจเข้าเกณฑ์โดยไม่รู้ตัว
เตรียมตัวอย่างไรใน 3 เดือนที่ได้เพิ่มมา
นับจำนวนลูกจ้างจริง และดูว่ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือสวัสดิการที่อาจเข้าข้อยกเว้นหรือไม่
โดยเฉพาะลูกจ้างรายวัน ซึ่งค่าจ้างแต่ละงวดขึ้นกับจำนวนวันที่มาทำงานจริง ข้อมูลเวลาที่ครบจึงเป็นฐานของยอดเงินสะสม
กำหนดให้เริ่มคำนวณในงวดที่กฎหมายมีผล แล้วทดลองออกสลิปตัวอย่างก่อนปิดงวดจริง
อธิบายว่ารายการนี้คืออะไร เป็นเงินของใคร และได้คืนเมื่อไร จะช่วยลดความเข้าใจผิดว่า “ถูกหักเงินเพิ่มฟรี ๆ”
ตั้งค่าในโปรแกรมเงินเดือน Digitalscan อย่างไร
ในโปรแกรมเงินเดือน Digitalscan การหักกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตั้งได้ 2 ระดับ ระดับแรกคือรายคน ที่หน้าข้อมูลพนักงานมีช่องเลือกให้คำนวณกองทุนฯ แยกจากประกันสังคม ระดับที่สองคือรายงวด ตอนสร้างงวดเงินเดือนจะมีช่องอัตรากองทุนฯ ให้ HR กำหนดตามกฎกระทรวงที่มีผลในงวดนั้น เมื่อวันเริ่มเลื่อน จึงปรับแค่งวดที่เริ่มคิด ไม่ต้องแก้ข้อมูลพนักงานทีละคน
ภาพจำลองหน้าจอ: เลือกเปิดหรือปิดการคำนวณรายคน ส่วนอัตรากำหนดตอนสร้างงวดตามกฎหมายที่มีผลในงวดนั้น
ความถูกต้องของยอดยังขึ้นกับการตั้งค่าของ HR เป็นหลัก ทั้งการเลือกว่าพนักงานคนใดอยู่ในข่าย รายได้ใดนับเป็นค่าจ้าง และอัตราที่ใช้ในแต่ละงวด ระบบช่วยให้ทำซ้ำได้แม่นยำทุกงวด แต่ไม่ได้ตัดสินแทนว่ากิจการเข้าข้อยกเว้นหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
เลื่อนครั้งนี้แปลว่ายกเลิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่
ไม่ใช่ เป็นการเลื่อนวันเริ่มเก็บเงินออกไป 3 เดือน จาก 1 ตุลาคม 2569 เป็น 1 มกราคม 2570 หน้าที่ของนายจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 130 และ 131 ยังอยู่
งวดเงินเดือนตุลาคม 2569 ต้องหักเงินเข้ากองทุนไหม
ให้ยึดวันที่กฎหมายมีผลจริงตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและแนวปฏิบัติของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หากหักไปแล้ว ควรแยกบันทึกรายคน แจ้งพนักงาน และสอบถามหน่วยงานในพื้นที่หรือสายด่วน 1506
บริษัทมีลูกจ้างไม่ถึง 10 คน ต้องจ่ายเข้ากองทุนไหม
มาตรา 130 กำหนดให้ลูกจ้างของกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเป็นสมาชิกกองทุน กิจการที่มีลูกจ้างน้อยกว่านั้นจึงไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ แต่ถ้าจ้างเพิ่มจนถึงเกณฑ์ ควรตรวจหน้าที่ใหม่
เงินที่ลูกจ้างถูกหักเข้ากองทุนจะได้คืนไหม
กองทุนตั้งขึ้นเพื่อสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อออกจากงานหรือตาย เงินสะสมจึงเป็นประโยชน์ของลูกจ้างเอง ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่หายไป
ตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนไว้แล้ว ต้องแก้อะไรเมื่อเลื่อนวัน
โดยหลักแก้แค่งวดที่เริ่มคำนวณให้ตรงวันที่กฎหมายมีผล แล้วตรวจสลิปตัวอย่างอีกครั้ง โปรแกรมเงินเดือน Digitalscan ตั้งการหักกองทุนแยกรายคนและรายงวดได้
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ DST168W หรือ เครื่องสแกนใบหน้า ฝ่ามือ WP800 ส่งเวลาเข้าโปรแกรมเงินเดือน ใช้คิดค่าจ้างรายวันที่เป็นฐานของเงินสะสม
รองรับการคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามกฎหมายใหม่ HR ตั้งอัตราและงวดเริ่มได้เอง
ข้อมูลเก็บในเครื่องของบริษัทเป็นค่าเริ่มต้น สอดคล้องแนวทาง PDPA
⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76, 126, 130 และ 131 พระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2568 และประกาศของกระทรวงแรงงานเรื่องการเลื่อนวันเริ่มจัดเก็บ (ตุลาคม 2569) จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปโดย บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด (Digitalscan) ข้อมูลอ้างอิงกฎหมายที่มีผลบังคับ ณ ตุลาคม พ.ศ. 2569

