ทำแบบประเมินพนักงานประจำปี 2569 ยังไง? แนวทาง HR + ฎีกา

📋 ใกล้สิ้นปี 2569 แล้ว แบบประเมินพนักงานประจำปีควรทำแบบไหนดี?

ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี คำถามที่ HR และเจ้าของกิจการถามกันมากที่สุดคือ “ทำแบบประเมินพนักงานยังไงให้ใช้ได้จริง” เพราะผลประเมินไม่ได้ใช้แค่ขึ้นเงินเดือนหรือแจกโบนัส แต่วันหนึ่งอาจต้องใช้เป็น หลักฐานในศาลแรงงาน ด้วยครับ

คำตอบสั้น ๆ

กฎหมายไทยไม่ได้บังคับรูปแบบแบบประเมิน นายจ้างออกแบบเองได้ แต่ควรมี 5 อย่าง: เกณฑ์ชัดและวัดได้ · แจ้งพนักงานล่วงหน้า · ใช้เกณฑ์เดียวกันทุกคน · มีหลักฐานจริงทั้งปี · มีขั้นคุยผลและแผนปรับปรุง เพราะศาลฎีกาเคยตัดสินว่า ถ้าผลประเมินของบริษัทเองบอกว่าพนักงาน “ได้มาตรฐาน” แล้วยังอ้างว่าเขาไม่มีความสามารถเพื่อเลิกจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมครับ

⚖️ กรณีศึกษา: ผลประเมินของบริษัทเอง กลายเป็นหลักฐานมัดตัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6774/2548 เป็นบทเรียนที่ HR ควรรู้ เพราะนายจ้างแพ้คดีด้วยผลประเมินที่ตัวเองทำไว้ครับ

ข้ออ้างนายจ้าง

บริษัทเลิกจ้างลูกจ้างระดับผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยอ้างว่าความรู้ความสามารถไม่เหมาะกับตำแหน่ง ไม่มีแนวคิดใหม่มาสู้คู่แข่งในช่วงที่รายได้บริษัทลดลง และไม่มีตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมให้ บริษัทจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าพักร้อนให้ครบแล้ว

คำวินิจฉัยศาล

บริษัทมีเกณฑ์ประเมินของตัวเองตั้งแต่ระดับ A+ ถึง D โดยระดับ B คือ “ได้มาตรฐาน” ลูกจ้างได้ระดับ A (ดีกว่ามาตรฐาน) มาตลอด มีเพียงครึ่งปีหลังของปี 2544 ที่ได้ B ซึ่งยังอยู่ในมาตรฐาน ไม่เคยตกไปอยู่ระดับ “ต้องปรับปรุง” เลย แม้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง ก็ยังไม่ใช่เหตุสมควรเพียงพอที่จะเลิกจ้าง

ผลทางกฎหมาย

เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ นายจ้างต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มอีก 830,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย นอกเหนือจากค่าชดเชยที่จ่ายไปแล้ว (ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง)

แต่อย่าเพิ่งสรุปว่าเลิกจ้างเพราะผลงานไม่ได้เลยนะครับ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7096/2550 นายจ้างชนะ เพราะผลประเมินต่ำกว่ามาตรฐานจริงหลายครั้ง และบริษัทเขียนเหตุ “ขาดสมรรถภาพ” ไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างชัดเจน ลองเทียบสองคดีนี้ดูครับ

📌 สองคดี ต่างกันที่ “ผลประเมินบอกอะไร”

❌ นายจ้างแพ้ (ฎ.6774/2548)

  • ผลประเมินอยู่ในเกณฑ์ดี-ได้มาตรฐานตลอด
  • ไม่เคยถูกประเมินว่า “ต้องปรับปรุง”
  • เหตุเลิกจ้างอ้างความสามารถแบบกว้าง ๆ
  • ผล: เลิกจ้างไม่เป็นธรรม จ่ายค่าเสียหายเพิ่ม

✅ นายจ้างชนะ (ฎ.7096/2550)

  • ผลประเมินต่ำจากผู้บังคับบัญชา 3 ครั้ง
  • แม้ดีขึ้นบ้าง แต่ยังต่ำกว่ามาตรฐาน
  • เหตุขาดสมรรถภาพเขียนไว้ในข้อตกลงฯ
  • ผล: มีเหตุสมควร ไม่ใช่เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
ที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6774/2548 และ 7096/2550 — ศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริงและเอกสารของแต่ละบริษัท

ข้อสังเกตจากคดี 7096/2550 คือ ศาลแยก “ความสามารถ” (ทำงานไม่ถึงมาตรฐาน) ออกจาก “ความประพฤติ” (ขาดงานบ่อย ไม่สนใจงาน) โดยตีความตามถ้อยคำในข้อตกลงของบริษัทนั้นว่า กรณีความสามารถไม่ถึงมาตรฐาน ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือเตือนก่อน ส่วนกรณีความประพฤติต้องเตือนเป็นหนังสือก่อน ดังนั้น ถ้อยคำในข้อบังคับของบริษัทคุณเองจึงสำคัญมากครับ

📚 สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนออกแบบแบบประเมิน

  • กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องประเมิน และไม่ได้กำหนดฟอร์ม แบบประเมินเป็นเครื่องมือบริหารของนายจ้าง แต่ถ้าบริษัทเขียนเรื่องการประเมินหรือการขึ้นเงินเดือนไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อบังคับ ก็ต้องทำตามที่เขียนไว้
  • บริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ซึ่งต้องมีเรื่องวินัยและโทษทางวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้าง (มาตรา 108 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน) จึงควรเขียนเรื่องการประเมินให้สอดคล้องกับข้อบังคับนี้
  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ถ้าจะแก้ไขในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง หรือทำตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ (ฎ.8396-8399/2550) — การปิดประกาศเฉย ๆ ไม่พอ
  • ผลประเมินต่ำ ≠ ความผิดร้ายแรง ถ้าเลิกจ้างเพราะผลงานไม่ถึงเกณฑ์ โดยทั่วไปนายจ้างยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118 และยังต้องมีเหตุสมควรเพียงพอ ไม่เช่นนั้นอาจถูกฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเพิ่มอีก
  • ผลประเมินเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ควรจำกัดคนเข้าถึง ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และเก็บรักษาอย่างปลอดภัย

📌 วงจรประเมินประจำปีที่ใช้ได้ทั้งบริหารคนและเป็นหลักฐาน

1

ตั้งเกณฑ์ + แจ้งพนักงานต้นปี

→
2

เก็บหลักฐานจริงตลอดปี

→
3

ประเมิน + คุยผลตัวต่อตัว

→
4

✅ แผนพัฒนา + ติดตามผล

ปีนี้ถ้ายังไม่ได้แจ้งเกณฑ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี ให้ประเมินรอบ 2569 ตามข้อมูลที่มี แล้วประกาศเกณฑ์รอบ 2570 ให้ชัดตั้งแต่เดือนมกราคม

🧩 แบบประเมินที่ดี ควรมีหัวข้ออะไรบ้าง

ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ทุกหัวข้อต้อง “ตอบได้ว่าดูจากอะไร” ตัวอย่างโครงที่ใช้ได้กับกิจการส่วนใหญ่มีดังนี้ครับ

📌 ตัวอย่างโครงแบบประเมินพนักงานประจำปี

ตัวอย่าง

แบบประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี 2569

ชื่อพนักงาน / ตำแหน่งนาย ก. / พนักงานฝ่ายผลิต
รอบประเมินม.ค. – ธ.ค. 2569
ส่วนที่ 1 ผลงานตามเป้าหมายเทียบเป้าที่แจ้งไว้
ส่วนที่ 2 ทักษะ / พฤติกรรมการทำงานมีตัวอย่างเหตุการณ์จริง
ส่วนที่ 3 วินัย: มาสาย / ขาดงานข้อมูลจากระบบลงเวลา
ระดับผลดีเยี่ยม / ดี / ตามมาตรฐาน / ต้องปรับปรุง / ต่ำกว่ามาตรฐาน

นิยามแต่ละระดับต้องเขียนไว้ชัด โดยเฉพาะ ระดับ “ตามมาตรฐาน” หมายถึงอะไร และ ลาตามสิทธิ์ไม่นับเป็นข้อเสีย

ช่องความเห็นพนักงาน · แผนพัฒนา/สิ่งที่ต้องปรับปรุง พร้อมกำหนดเวลา · ลงชื่อผู้ประเมินและพนักงาน (รับทราบ)

เอกสารจำลองเพื่อการศึกษา ปรับหัวข้อให้ตรงกับลักษณะงานและข้อบังคับของแต่ละกิจการ

จุดที่มักเกิดข้อโต้แย้งมากที่สุดคือส่วน “วินัย” ครับ ถ้าตัวเลขมาสายหรือขาดงานมาจากความจำของหัวหน้า พนักงานจะแย้งได้ง่าย แต่ถ้ามาจากบันทึกเวลาที่ตรวจย้อนหลังได้ทุกวัน จะคุยกันด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึกครับ

✅ เช็กลิสต์ HR: ทำแบบประเมินให้รัดกุม ใช้อ้างอิงได้

  • เขียนเกณฑ์และนิยามแต่ละระดับ ให้คนอ่านเข้าใจตรงกัน และประกาศให้พนักงานรู้ล่วงหน้า
  • ให้น้ำหนักกับเรื่องที่วัดได้ เช่น เป้างาน คุณภาพงาน สถิติมาสาย/ขาดงาน มากกว่าความรู้สึกส่วนตัว
  • แยก “ลาตามสิทธิ์” ออกจาก “ขาด/สาย” การลาป่วยหรือลาตามที่กฎหมายและข้อบังคับให้สิทธิ์ ไม่ควรถูกนำมาหักคะแนน
  • ใช้แบบฟอร์มและเกณฑ์เดียวกัน กับพนักงานตำแหน่งเดียวกันทุกคน
  • คุยผลตัวต่อตัว ให้พนักงานเขียนความเห็นและลงชื่อรับทราบ ถ้าไม่ยอมลงชื่อ ให้บันทึกไว้พร้อมพยาน
  • คนที่ได้ “ต้องปรับปรุง” ให้ทำแผนพัฒนาที่มีเป้าหมายและกำหนดเวลา มีการอบรมหรือสอนงาน และประเมินซ้ำ
  • ถ้าเป็นเรื่องพฤติกรรม/วินัย ให้ใช้หนังสือเตือนตามขั้นตอนในข้อบังคับ ไม่ใช่ปล่อยไว้แล้วมาสรุปตอนประเมินปลายปี
  • เก็บเอกสารทุกรอบ แบบประเมิน หลักฐานประกอบ บันทึกการคุย และจำกัดคนที่เข้าถึงได้
  • จะเปลี่ยนเกณฑ์ให้เข้มขึ้น ที่ไปผูกกับข้อบังคับหรือสิทธิประโยชน์ ให้ขอความยินยอมพนักงานก่อน อย่าแค่ปิดประกาศ

💡 ข้อคิดสำหรับองค์กร: แบบประเมินที่ดีไม่ได้มีไว้ “จับผิด” แต่มีไว้ให้ทั้งบริษัทและพนักงานรู้ตรงกันว่ามาตรฐานคืออะไร คนที่ทำได้ดีก็ได้รับรางวัลอย่างมีเหตุผล คนที่ยังไม่ถึงก็รู้ว่าต้องปรับอะไร และถ้าวันหนึ่งต้องตัดสินใจเรื่องยาก ๆ บริษัทก็มีหลักฐานที่ตรงกับความจริงอยู่ในมือครับ

❓ คำถามที่พบบ่อย

Qกฎหมายบังคับให้ประเมินพนักงานและขึ้นเงินเดือนทุกปีไหม?

ไม่บังคับครับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานไม่ได้กำหนดให้ต้องประเมินหรือขึ้นเงินเดือนประจำปี แต่ถ้าบริษัทเขียนไว้ในสัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ก็ต้องปฏิบัติตามที่ตกลงไว้ และการแก้ไขในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างต้องได้รับความยินยอมหรือทำตามขั้นตอนของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

Qพนักงานผลประเมินต่ำ เลิกจ้างได้ไหม ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือเปล่า?

เลิกจ้างได้ถ้ามีเหตุสมควรเพียงพอ เช่น ผลประเมินต่ำกว่ามาตรฐานจริงหลายครั้งตามเกณฑ์ที่บริษัทวางไว้ (ฎ.7096/2550) แต่ถ้าผลประเมินยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การอ้างเรื่องความสามารถอาจเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม (ฎ.6774/2548) และโดยทั่วไปการเลิกจ้างเพราะผลงานยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

Qเอาสถิติมาสาย ขาดงาน มาใช้เป็นคะแนนประเมินได้ไหม?

ได้ครับ ถ้าประกาศเป็นเกณฑ์ไว้ล่วงหน้า ใช้กับทุกคนเท่ากัน และไม่นับการลาตามสิทธิ์เป็นข้อเสีย สิ่งสำคัญคือข้อมูลต้องตรวจสอบย้อนหลังได้ เช่น บันทึกจาก เครื่องสแกนลายนิ้วมือ DST168W ที่ดึงเข้า โปรแกรมเงินเดือน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน เพื่อสรุปมาสาย ขาด ลา รายคนได้

💼 เตรียมข้อมูลประเมินพนักงานจากเวลาทำงานจริง ด้วย Digitalscan
🕒
สถิติเวลาทำงานที่ตรวจย้อนได้

สรุปเวลาทำงาน ขาด ลา มาสาย ออกก่อน รายวัน รายเดือน แยกแผนก ใช้ประกอบส่วน “วินัย” ในแบบประเมิน

🧾
คิดเงินเดือนในโปรแกรมเดียว

HR ตั้งกะ เงื่อนไขสาย และรายการรายได้-รายหักเอง คำนวณภาษีและประกันสังคม ออกสลิปรายบุคคล

💰
จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน

ได้ทั้งเครื่องสแกนและโปรแกรมเงินเดือน ข้อมูลเก็บในเครื่องของบริษัทเป็นค่าเริ่มต้น เลือกเสริม Cloud ได้ภายหลัง

⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6774/2548, 7096/2550 และ 8396-8399/2550 · พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108 และ 118 · พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 · พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บทความนี้จัดทำโดย Digitalscan (บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด) เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ผลของแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับสัญญาจ้าง ข้อบังคับของบริษัท และหลักฐานที่มี ข้อมูลอ้างอิงกฎหมายที่มีผลบังคับ ณ ตุลาคม 2569 ครับ