ไม่ผ่านทดลองงาน แจ้งออก 1 เดือน ต้องตรงรอบเงินเดือนไหม?

📅 แจ้งไม่ผ่านทดลองงาน แล้วให้ทำงานต่ออีก “1 เดือนเต็ม” พอหรือยัง?

สถานการณ์นี้เจอบ่อยมากในบริษัทที่จ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน พนักงานใหม่เริ่มงาน 3 ก.ย. ทำไปได้ราวเดือนเดียว บริษัทประเมินแล้วว่าไม่ผ่าน จึงแจ้งเป็นหนังสือวันที่ 5 ต.ค. ให้ทำงานถึงวันที่ 5 พ.ย. คิดว่าให้เวลาครบ 1 เดือนแล้ว น่าจะเพียงพอ

คำถามคือ “1 เดือนนับจากวันแจ้ง” กับ “1 รอบการจ่ายค่าจ้าง” ตามกฎหมาย เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ และการเป็นพนักงานทดลองงาน ทำให้ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเลยหรือเปล่า บทความนี้สรุปจากตัวบทกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกาให้ครับ

คำตอบสั้น ๆ

ยังไม่พอครับ การเลิกจ้างพนักงานทดลองงานต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตาม มาตรา 17 วรรคสอง ซึ่งนับตาม วันจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่นับ 30 วันจากวันแจ้ง ถ้าจ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน แล้วแจ้งวันที่ 5 ต.ค. การเลิกจ้างจะมีผลตามกฎหมายได้เร็วที่สุด 30 พ.ย. บริษัทยังให้ออกวันที่ 5 พ.ย. ได้ แต่ต้อง จ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ช่วง 6–30 พ.ย. เพิ่มให้ครับ

⚖️ ศาลฎีกาเคยตัดสินกรณีคล้ายกันอย่างไร

มีคำพิพากษาศาลฎีกาสองเรื่องที่ตอบคำถามนี้ได้ตรงจุด เรื่องแรกยืนยันว่าพนักงานทดลองงานก็ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เรื่องที่สองอธิบายวิธีนับวันตามรอบจ่ายค่าจ้างครับ

ข้ออ้าง

ฎีกาที่ 5131/2550: นายจ้างจ้างพนักงานแบบทดลองงาน จ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือน ต่อมามีหนังสือเลิกจ้างวันที่ 3 ก.พ. ให้พ้นสภาพวันที่ 28 ก.พ. โดยถือว่าเป็นการเลิกจ้างเพราะไม่ผ่านทดลองงาน

คำวินิจฉัยศาล

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาทดลองงานเป็นสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา จึงอยู่ในบังคับมาตรา 17 วรรคสอง ซึ่ง ไม่มีข้อยกเว้นให้การเลิกจ้างระหว่างทดลองงานไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เมื่อแจ้งไม่ถูกตามรอบจ่ายค่าจ้าง นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ผลทางกฎหมาย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้นายจ้างจ่าย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 7,000 บาท (เท่าค่าจ้าง 1 เดือน) และเนื่องจากคดีนี้ลูกจ้างทำงานเกิน 120 วันแล้ว จึงต้องจ่าย ค่าชดเชยอีก 7,000 บาท ด้วย

ส่วน ฎีกาที่ 1961/2543 ข้อเท็จจริงคือนายจ้างจ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือน และส่งหนังสือเลิกจ้างถึงลูกจ้างวันที่ 27 ส.ค. ให้มีผล 1 ก.ย. ศาลอธิบายว่าเมื่อแจ้งก่อนวันจ่ายค่าจ้าง 31 ส.ค. การเลิกจ้างจะมีผลตามกฎหมายได้ในวันจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปคือ 30 ก.ย. นายจ้างกำหนดให้ออกเร็วกว่านั้นได้ แต่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จนถึง 30 ก.ย. ครับ

📌 ไทม์ไลน์กรณีนี้ (จ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน)

  1. 3 ก.ย. 2569

    พนักงานเริ่มงาน (ทดลองงาน)

  2. 5 ต.ค. 2569

    บริษัทแจ้งเป็นหนังสือว่าไม่ผ่านทดลองงาน

  3. 31 ต.ค. 2569

    วันจ่ายค่าจ้างคราวแรกหลังวันแจ้ง

  4. 5 พ.ย. 2569

    ❌ วันที่บริษัทกำหนดให้ออก — ยังไม่ถึงวันจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป

  5. 30 พ.ย. 2569

    ✅ วันที่การเลิกจ้างมีผลได้เร็วที่สุดตามมาตรา 17 วรรคสอง

ช่วง 6–30 พ.ย. คือส่วนที่ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หากให้ออกวันที่ 5 พ.ย. / ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 วรรคสอง และมาตรา 17/1, คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2543

📘 สิ่งที่นายจ้างและ HR ต้องเข้าใจ

  • ทดลองงานก็ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า มาตรา 17 วรรคสอง เขียนไว้ชัดว่าให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา จึงต้องบอกกล่าวเหมือนพนักงานทั่วไป
  • นับตามวันจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่นับ 30 วัน ต้องแจ้งเป็นหนังสือก่อนหรือในวันจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง การเลิกจ้างจึงมีผลในวันจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป ถ้าแจ้งช่วงต้นเดือน ระยะเวลาจริงจะเกือบ 2 เดือน
  • ให้ออกก่อนกำหนดได้ แต่ต้องจ่ายส่วนต่าง มาตรา 17/1 กำหนดให้จ่ายเงินเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรได้ นับจากวันที่ให้ออกจนถึงวันที่การเลิกจ้างมีผลตามกฎหมาย และ ต้องจ่ายในวันที่ให้ออก
  • ข้อสัญญาที่เขียนว่า “ทดลองงานเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้ง” ใช้ยันลูกจ้างไม่ได้ เพราะมาตรา 17 เป็นบทบังคับตามกฎหมาย
  • ค่าชดเชยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตามมาตรา 118 ต้องจ่ายเมื่อทำงานครบ 120 วัน กรณีนี้นับถึง 30 พ.ย. ยังอยู่ที่ 89 วัน จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

สรุปตัวเลขกรณีนี้: พนักงานทำงานจริงถึง 5 พ.ย. รวม 64 วัน ส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่มคือค่าจ้าง 25 วัน (6–30 พ.ย.) คำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้ายของพนักงานคนนั้นครับ

หมายเหตุ: ถ้าบริษัทมีวันจ่ายค่าจ้างวันอื่น เช่น วันที่ 25 หรือจ่ายเดือนละ 2 ครั้ง ให้นับจากวันจ่ายค่าจ้างจริงของบริษัท วันที่การเลิกจ้างมีผลจะเปลี่ยนไปตามนั้นครับ

✅ ถ้าเจอเคสนี้ HR และนายจ้างควรทำอย่างไร

📌 เลือกได้ 2 ทาง แบบไม่เสี่ยงถูกเรียกร้องย้อนหลัง

❌ แบบที่มักพลาด

  • แจ้ง 5 ต.ค. ให้ออก 5 พ.ย. แล้วจ่ายแค่ค่าจ้างถึงวันทำงานสุดท้าย
  • คิดว่าพนักงานทดลองงานไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
  • นับ “30 วันจากวันแจ้ง” แทนรอบจ่ายค่าจ้าง

✅ วิธีที่รัดกุม

  • ทางที่ 1: ให้ทำงานต่อถึง 30 พ.ย. (วันจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป)
  • ทางที่ 2: ให้ออก 5 พ.ย. ตามเดิม แต่จ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 6–30 พ.ย. ในวันที่ให้ออก
  • ทั้งสองทางต้องแจ้งเป็นหนังสือ และเก็บหลักฐานการรับทราบ
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 วรรคสอง และมาตรา 17/1
  • เช็กวันจ่ายค่าจ้างก่อนออกหนังสือ ถ้าอยากให้พนักงานออกเร็ว ให้แจ้ง ก่อนหรือในวันจ่ายค่าจ้าง เช่น แจ้งภายในวันที่ 30 ก.ย. การเลิกจ้างจะมีผล 31 ต.ค. ได้
  • ระบุวันมีผลให้ตรงวันจ่ายค่าจ้าง ในหนังสือแจ้ง เพื่อไม่ให้เกิดส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มภายหลัง
  • ถ้าตัดสินใจให้ออกก่อน ให้คำนวณค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และจ่ายพร้อมค่าจ้างงวดสุดท้ายในวันที่ให้ออก
  • ประเมินผลทดลองงานให้เสร็จก่อนครบ 120 วัน และนับระยะเวลาไปถึงวันที่การเลิกจ้างมีผล ไม่ใช่แค่วันที่แจ้ง
  • เก็บบันทึกเวลาทำงานจริงและผลประเมิน ไว้เป็นหลักฐาน หากมีการร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานภายหลัง

💡 ข้อคิดสำหรับองค์กร: การตัดสินใจว่าพนักงานไม่ผ่านทดลองงานเป็นสิทธิ์ของนายจ้าง แต่ “วิธีแจ้ง” ต้องเดินตามรอบจ่ายค่าจ้าง ถ้าวางปฏิทินประเมินผลให้ลงตัวกับวันจ่ายเงินเดือนตั้งแต่ต้น บริษัทจะเลิกจ้างได้ตรงวันที่ต้องการ โดยไม่มีเงินส่วนต่างให้ต้องตามจ่ายครับ

❓ คำถามที่พบบ่อย

Qเลิกจ้างพนักงานทดลองงาน ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าจริงไหม?

ไม่จริงครับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 วรรคสอง ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา และศาลฎีกาที่ 5131/2550 วินิจฉัยว่าไม่มีข้อยกเว้นสำหรับการเลิกจ้างระหว่างทดลองงาน ความเชื่อนี้มาจากแนวคำพิพากษาเก่าก่อนปี 2541 ที่ใช้กฎหมายคนละฉบับ

Qแจ้งล่วงหน้า 30 วันเต็ม ถือว่าครบตามกฎหมายแล้วหรือยัง?

ไม่เสมอไปครับ กฎหมายนับตามรอบจ่ายค่าจ้าง ถ้าวันออกไม่ตรงกับวันจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป อาจยังไม่ครบ ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าส่วนที่ขาดตามมาตรา 17/1

Qทำงานไม่ถึง 120 วัน ต้องจ่ายอะไรบ้างเมื่อเลิกจ้าง?

ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ยังต้องจ่ายค่าจ้างถึงวันทำงานสุดท้าย เงินที่ค้างจ่ายตามกฎหมาย และค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหากแจ้งไม่ถูกรอบ การมีข้อมูลวันเริ่มงานและเวลาทำงานที่ถูกต้องจะช่วยให้นับวันได้แม่นยำ ซึ่ง โปรแกรมเงินเดือน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน ช่วยเก็บข้อมูลส่วนนี้ไว้ในที่เดียวครับ

💼 นับวันทำงานและเงินเดือนให้ชัด ด้วย Digitalscan
🖐️
บันทึกเวลาด้วยลายนิ้วมือ / ใบหน้า

ใช้ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ DST168W หรือ เครื่องสแกนใบหน้า ฝ่ามือ WP800 เก็บวันเริ่มงานและเวลาทำงานจริงเป็นหลักฐาน

📊
คำนวณเงินเดือนตามรอบที่บริษัทตั้งไว้

HR ตั้งค่ารอบจ่ายค่าจ้างและเงื่อนไขของบริษัทเอง แล้วดึงข้อมูลเวลาไปใช้ทำเงินเดือนได้ต่อเนื่อง

💰
ซื้อขาด จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน

Digitalscan (บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด) เก็บข้อมูลไว้ในเครื่องของบริษัทเป็นค่าเริ่มต้น สอดคล้องแนวทาง PDPA

⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17, มาตรา 17/1 และมาตรา 118 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2550 และ 1961/2543 จัดทำโดย Digitalscan (บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด) เพื่อให้ความรู้ทั่วไปแก่นายจ้างและ HR ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี ผลของแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับวันจ่ายค่าจ้าง สัญญาจ้าง และข้อเท็จจริงจริงของบริษัท ข้อมูลอ้างอิงกฎหมายที่มีผลบังคับ ณ ตุลาคม 2569 ครับ