📄 กรอกแบบ สกล.3 ยังไงให้ถูกตั้งแต่เดือนแรก ไม่ต้องกลับมาแก้
แบบ สกล.3 คือ แบบรายการแสดงรายชื่อลูกจ้าง ที่นายจ้างต้องยื่นพร้อมนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงินสะสม โดยกรอก 2 ส่วนคือ ข้อมูลสถานประกอบกิจการ และตารางรายชื่อลูกจ้างรายคน พร้อมค่าจ้าง อัตราร้อยละ และจำนวนเงินที่นำส่ง — ถ้าเป็นการขึ้นทะเบียนครั้งแรก ยังไม่ต้องกรอกช่องเงินสะสมและเงินสมทบครับ
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องจัดให้ลูกจ้างเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง งวดแรกที่ต้องนำส่งจริงคือค่าจ้างเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งต้องยื่นภายใน 15 พฤศจิกายน 2569 บทความนี้ Digitalscan (บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด) เรียบเรียงตัวอย่างการกรอกแบบทีละช่อง เพื่อให้เจ้าของกิจการและ HR ทำได้เองโดยไม่ต้องเดาครับ
🖨️ ตัวอย่างการกรอกแบบ สกล.3 (ฉบับเต็ม 12 คน)
จดทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 1234567891234 ผู้มีอำนาจลงนาม นายมั่งคั่ง ยั่งยืน
ตั้งอยู่เลขที่ 456 หมู่ที่ 2 ถนน เชียง ตำบล บ้านนา อำเภอ บ้านนา จังหวัด น่าอยู่
รหัสไปรษณีย์ 10240 โทรศัพท์ 02-000-0000 อีเมล hr@yudee-mankong.co.th
๒. ข้อมูล ณ เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2569 มีลูกจ้างจำนวน 12 คน
แยกเป็น สัญชาติไทย 10 คน สัญชาติเมียนมา 2 คน สัญชาติลาว – คน สัญชาติกัมพูชา – คน สัญชาติอื่น – คน
↔ ตารางเลื่อนซ้าย–ขวาได้ เพื่อดูครบทุกช่อง
| ลำดับ | คำนำหน้า | ชื่อ | ชื่อสกุล | อายุ | สัญชาติ | เลขบัตรประชาชน / เลขหนังสือเดินทาง | ค่าจ้าง รายวัน | ค่าจ้าง รายเดือน | ค่าจ้าง ตามผลงาน | เงินสะสมที่นำส่ง ต่อเดือน (ร้อยละ) | เงินสะสม ต่อเดือน (บาท) | เงินสมทบที่นำส่ง ต่อเดือน (ร้อยละ) | เงินสมทบ ต่อเดือน (บาท) | วันเริ่มงาน | วันสิ้นสุดงาน | สาเหตุที่ออกจากงาน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | นาย | ธรณ์ธันย์ | กองทุน | 18 | ไทย | 1-5768-46944-XX-X | – | 15,500.00 | – | 0.25 | 38.75 | 0.25 | 38.75 | 1 ต.ค. 68 | 31 ต.ค. 69 | เลิกจ้าง |
| 2 | นาย | ปุญญพัฒน์ | กองทุน | 19 | ไทย | 1-2495-23425-XX-X | – | 18,000.00 | – | 0.25 | 45.00 | 0.25 | 45.00 | 1 ต.ค. 68 | – | – |
| 3 | นาย | ณัฏฐ์ศรัณ | กองทุน | 20 | ไทย | 3-1579-24707-XX-X | – | 22,000.00 | – | 0.25 | 55.00 | 0.25 | 55.00 | 1 ต.ค. 68 | – | – |
| 4 | นาย | วรินทร์ธรา | กองทุน | 21 | ไทย | 1-9037-14810-XX-X | – | 28,500.00 | – | 0.25 | 71.25 | 0.25 | 71.25 | 1 ต.ค. 68 | – | – |
| 5 | นาง | พิชญ์สินี | กองทุน | 22 | ไทย | 3-4682-15962-XX-X | – | 35,000.00 | – | 0.25 | 87.50 | 0.25 | 87.50 | 1 ต.ค. 68 | – | – |
| 6 | นาย | กิตติ์รวี | กองทุน | 23 | ไทย | 1-7023-53581-XX-X | – | 45,000.00 | – | 0.25 | 112.50 | 0.25 | 112.50 | 1 ต.ค. 68 | – | – |
| 7 | นาย | พชรมน | กองทุน | 24 | ไทย | 1-6604-20815-XX-X | – | 65,000.00 | – | 0.25 | 162.50 | 0.25 | 162.50 | 7 ต.ค. 68 | – | – |
| 8 | นาย | อัครภพ | กองทุน | 25 | ไทย | 3-8149-16358-XX-X | – | 80,000.00 | – | 0.25 | 200.00 | 0.25 | 200.00 | 7 ต.ค. 68 | – | – |
| 9 | นาง | นลิน | กองทุน | 26 | ไทย | 1-3419-54378-XX-X | – | 55,000.00 | – | 0.25 | 137.50 | 0.25 | 137.50 | 8 ต.ค. 68 | – | – |
| 10 | นาย | ภาคิน | กองทุน | 27 | ไทย | 1-2850-25410-XX-X | – | 38,000.00 | – | 0.25 | 95.00 | 0.25 | 95.00 | 10 ต.ค. 68 | – | – |
| 11 | นาง | ออง | ที | 28 | เมียนมา | 0-7401-48259-XX-X | 12,050.70 | – | – | 0.25 | 30.13 | 0.25 | 30.13 | 10 ต.ค. 68 | – | – |
| 12 | นาย | คิน | ที | 29 | เมียนมา | 0-7401-48259-XX-X | 12,000.60 | – | – | 0.25 | 30.00 | 0.25 | 30.00 | 10 ต.ค. 68 | – | – |
| รวมเงินสะสม / เงินสมทบ (บาท) | 1,065.13 | 1,065.13 | รวมทั้งสิ้น 2,130.26 บาท | |||||||||||||
ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ · วันที่ 10 พ.ย. 69
🧾 อธิบายทีละช่อง — ส่วนหัว (ข้อ ๑ และ ข้อ ๒)
- ชื่อสถานประกอบกิจการ/นายจ้าง — ใช้ชื่อตามที่จดทะเบียน ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาให้ใส่ชื่อ-สกุลนายจ้าง
- ประเภทกิจการ — ระบุลักษณะธุรกิจจริง เช่น รับเหมาก่อสร้าง ค้าปลีก โรงงานผลิตอาหาร
- จดทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ — เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ต้องตรงกับหนังสือรับรอง
- ผู้มีอำนาจลงนาม — ชื่อผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรอง และต้องเป็นคนเดียวกับที่ลงชื่อท้ายแบบ
- ที่อยู่ / โทรศัพท์ / อีเมล — ใช้ที่อยู่ของสถานประกอบกิจการ และอีเมลที่เปิดอ่านจริง เพราะเป็นช่องทางที่สำนักงานใช้ติดต่อกลับ
- ข้อมูล ณ เดือน / พ.ศ. — ใส่เดือนที่หักเงินสะสมจากค่าจ้าง เช่น หักจากค่าจ้างเดือนตุลาคม 2569 ก็ระบุ “ตุลาคม 2569” แล้วนำส่งภายใน 15 พฤศจิกายน 2569
- จำนวนลูกจ้าง + แยกตามสัญชาติ — ผลรวมของช่องแยกสัญชาติต้องเท่ากับจำนวนรวม และเท่ากับจำนวนแถวในตาราง ถ้าไม่ตรง เจ้าหน้าที่จะตีกลับ
📊 อธิบายทีละช่อง — ตารางรายชื่อลูกจ้าง
- ลำดับ / คำนำหน้า / ชื่อ / ชื่อสกุล — สะกดให้ตรงบัตรประชาชนหรือเอกสารประจำตัว เพราะระบบใช้จับคู่ตอนจ่ายเงินคืน
- อายุ — อายุ ณ เดือนที่รายงาน
- สัญชาติ — ต้องสอดคล้องกับตัวเลขในส่วนหัว
- เลขบัตรประจำตัวประชาชน / เลขหนังสือเดินทาง — คนไทยใช้เลข 13 หลัก ส่วนลูกจ้างต่างชาติให้กรอกเลขอย่างใดอย่างหนึ่งตามลำดับ คือ หนังสือเดินทาง (Passport) หรือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) หรือใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
- ค่าจ้าง (รายวัน / รายเดือน / ตามผลงาน) — กรอกยอดค่าจ้างของเดือนนั้นลงในช่องที่ตรงกับประเภทการจ่ายของลูกจ้างคนนั้น ลูกจ้างรายเดือนกรอกช่องรายเดือน ลูกจ้างรายวันกรอกยอดค่าจ้างที่ได้รับจริงในเดือนนั้นในช่องรายวัน
- เงินสะสมที่นำส่งต่อเดือน (ร้อยละ) — ส่วนของลูกจ้าง ตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนดในช่วงนั้น
- เงินสะสมต่อเดือน (บาท) — ค่าจ้าง × อัตราร้อยละ ปัดเศษตามกติกาในหัวข้อถัดไป
- เงินสมทบที่นำส่งต่อเดือน (ร้อยละ) และ (บาท) — ส่วนของนายจ้าง จ่ายเท่ากับฝ่ายลูกจ้าง
- วันเริ่มงาน — วันเริ่มงานครั้งแรก ไม่ใช่วันที่เริ่มเข้ากองทุน
- วันสิ้นสุดงาน / สาเหตุที่ออกจากงาน — กรอกเมื่อมีลูกจ้างออกในเดือนนั้น ระบุสาเหตุตามจริง
- ลูกจ้างที่ไม่มีค่าจ้างในเดือนนั้น — เช่น ลาโดยไม่ได้รับค่าจ้างทั้งเดือน ก็ยังต้องกรอกชื่อไว้ในแบบด้วย
🧮 วิธีคิดเงินสะสม–เงินสมทบ และกติกาปัดเศษ
อัตราตามกฎกระทรวงแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ 1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574 ฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง และ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป ฝ่ายละ 0.50% ของค่าจ้าง โดยลูกจ้างจ่ายเป็น “เงินสะสม” และนายจ้างจ่ายเป็น “เงินสมทบ” เท่ากันครับ
กติกาปัดเศษ: ให้ดูทศนิยมหลักที่ 3 ถ้าตั้งแต่ 5 ขึ้นไปให้ปัดขึ้น ถ้าไม่ถึง 5 ให้ปัดทิ้ง
| ค่าจ้างเดือนนั้น (บาท) | × 0.25% | ผลลัพธ์ก่อนปัด | กรอกในแบบ (บาท) |
|---|---|---|---|
| 15,500.00 | 0.0025 | 38.750 | 38.75 |
| 28,500.00 | 0.0025 | 71.250 | 71.25 |
| 12,050.70 | 0.0025 | 30.126750 | 30.13 |
| 12,000.60 | 0.0025 | 30.001500 | 30.00 |
⚖️ ทำไม “ตัวเลขที่หัก” ต้องตรงเป๊ะ — บทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกา
การหักเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นการหักที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างทำ จึงไม่ต้องขอความยินยอมเป็นรายคน แต่จุดที่ต้องระวังคือ ห้ามหักเกินหรือหักรายการอื่นพ่วงไปด้วย เพราะการหักค่าจ้างนอกเหนือข้อยกเว้นที่กฎหมายอนุญาต ศาลฎีกาวางหลักไว้ชัดเจนครับ
นายจ้างหักค่าจ้างและค่าล่วงเวลาของลูกจ้าง โดยอ้างเหตุผลของฝ่ายนายจ้าง
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76 วรรคแรก และมาตรา 77 นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดได้เฉพาะกรณีที่เข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น และถ้าเป็นการหักเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นหนังสือที่ลูกจ้างลงลายมือชื่อ หรือมีข้อตกลงไว้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ
การหักที่ไม่เข้าข้อยกเว้นและไม่มีหนังสือยินยอม เป็นการหักที่ทำไม่ได้ นายจ้างต้องคืนเงินส่วนนั้นให้ลูกจ้าง (อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5953/2550)
แปลเป็นภาษาคนทำธุรกิจคือ เงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหักได้เพราะกฎหมายบัญญัติไว้ แต่ต้องหักเท่าที่กฎหมายกำหนดและนำส่งจริง ถ้าหักไว้แล้วไม่นำส่ง หรือหักเกินอัตรา ส่วนเกินนั้นไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ และยังมีอีกคดีที่ศาลวินิจฉัยว่าการหักค่าจ้างต้องมุ่งถึงตัวลูกจ้างที่ก่อความเสียหายโดยตรง จะไปหักจากลูกจ้างคนอื่นไม่ได้ แม้จะทำหนังสือยินยอมไว้ก็ตาม (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2548) ครับ
✅ เช็กลิสต์ก่อนกดยื่น สกล.3 ทุกเดือน
- ยอดในแบบตรงกับยอดที่โอนจริง ทั้งฝั่งเงินสะสมและเงินสมทบ
- จำนวนแถวในตาราง = จำนวนลูกจ้างในข้อ ๒ = ผลรวมแยกตามสัญชาติ
- ชื่อ-สกุลและเลขบัตร/พาสปอร์ตสะกดตรงเอกสารจริง ไม่มีตัวสะกดตกหล่น
- คนเข้าใหม่ระหว่างเดือน เพิ่มชื่อพร้อมวันเริ่มงานครั้งแรก
- คนออกระหว่างเดือน กรอกวันสิ้นสุดงานและสาเหตุตามจริง เพื่อให้ลูกจ้างขอรับเงินคืนได้
- ยื่นแบบและนำส่งเงินภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (เดือนแรกคือ 15 พ.ย. 2569)
- ถ้าข้อมูลที่เคยยื่นเปลี่ยน เช่น ชื่อบริษัท ที่อยู่ ให้ยื่นแบบแจ้งเปลี่ยนแปลง (สกล.3/2) ตามกำหนด
- เก็บสำเนาแบบ หลักฐานการโอน และฐานค่าจ้างรายเดือนไว้ให้ตรวจย้อนหลังได้
💡 ข้อคิดสำหรับองค์กร: งาน สกล.3 ไม่ได้ยากที่ “แบบฟอร์ม” แต่ยากที่ “ฐานค่าจ้างรายเดือนต้องนิ่ง” ถ้าเวลาเข้า-ออกงานยังจดในสมุดหรือรวมจากไลน์ ตัวเลขค่าจ้างแต่ละเดือนจะเพี้ยน แล้วเงินสะสมก็เพี้ยนตาม การทำต้นทางให้แม่นตั้งแต่การบันทึกเวลา คือวิธีที่เหนื่อยน้อยที่สุดในระยะยาวครับ
❓ คำถามที่พบบ่อยเรื่องแบบ สกล.3
Qยื่น สกล.3 ครั้งแรก ต้องกรอกช่องเงินสะสมและเงินสมทบด้วยไหม
ถ้าเป็นการยื่นเพื่อขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนครั้งแรก ยังไม่ต้องกรอกช่องเงินสะสมและเงินสมทบ ให้กรอกเฉพาะข้อมูลของสถานประกอบกิจการและข้อมูลลูกจ้างรายคนพร้อมค่าจ้าง ส่วนช่องจำนวนเงินจะเริ่มกรอกในงวดที่มีการหักเงินสะสมและนำส่งจริงครับ
Qลูกจ้างต่างชาติต้องกรอกในแบบ สกล.3 ด้วยหรือไม่ ใช้เลขอะไร
ต้องกรอกด้วย โดยให้ใช้เลขอย่างใดอย่างหนึ่งตามลำดับ คือ หนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือใบอนุญาตทำงาน หากมีหนังสือเดินทางหลายเล่ม ให้ใช้เลขที่เป็นปัจจุบัน และควรเก็บเลขเดิมไว้ เพราะตอนขอรับเงินคืนต้องแสดงเลขหนังสือเดินทางทั้งหมดครับ
Qยื่นช้าหรือนำส่งเงินไม่ครบ มีผลอย่างไร
กรณีไม่นำส่งหรือส่งไม่ครบภายในกำหนด นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละห้าต่อเดือนของจำนวนที่ยังขาด โดยเศษของเดือนถ้าถึงสิบห้าวันให้นับเป็นหนึ่งเดือน และพนักงานตรวจแรงงานจะมีคำเตือนเป็นหนังสือให้นำเงินมาชำระภายในกำหนดไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ส่วนการไม่ยื่นแบบรายการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือกรอกข้อความอันเป็นเท็จ อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับครับ
สแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้า ข้อมูลเข้าระบบทันที ไม่ต้องรวมจากสมุดหรือไลน์
ดึงชื่อ เลขบัตร วันเริ่มงาน และฐานค่าจ้างรายเดือนออกมาใช้กรอกแบบได้สะดวก รองรับการคำนวณตามกฎหมายใหม่
ข้อมูลเก็บที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเอง มีทีมช่วยติดตั้งและสอนใช้งาน
⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้เรียบเรียงเพื่อให้ความรู้ทั่วไปแก่เจ้าของกิจการและ HR อ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในส่วนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างว่าด้วยการนำส่งเงินสะสม เงินสมทบ และเงินเพิ่มเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คำชี้แจงท้ายแบบ สกล.3 ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5953/2550 กับที่ 1458/2548 ในประเด็นการหักค่าจ้าง ตัวเลขและชื่อในตัวอย่างเป็นข้อมูลสมมติเพื่อการอธิบายเท่านั้น กรณีมีข้อสงสัยเฉพาะเรื่อง ควรตรวจสอบกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหรือพื้นที่ หรือปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายของท่านครับ

