📊 ตัวเลข 10, 80, 120 ในตารางเงินสมทบใหม่ หมายถึงอะไร?
ต้นเดือนตุลาคม 2569 มีตาราง “ลด–เพิ่มอัตราเงินสมทบ” ของกองทุนเงินทดแทนแชร์กันในกลุ่ม HR หลายคนอ่านแล้วเข้าใจว่า ประกันสังคมที่หักจากเงินเดือนพนักงานจะลด 70% หรือเพิ่ม 50% ซึ่งไม่ใช่ครับ บทความนี้สรุปให้ชัดว่าประกาศนี้คืออะไร ใครได้รับผล และ HR ควรเตรียมอะไรครับ
ตัวเลขในตารางคือ “อัตราส่วนการสูญเสีย” ซึ่งเทียบ เงินทดแทนที่กองทุนจ่ายให้ลูกจ้างของบริษัท กับ เงินสมทบที่บริษัทจ่ายเข้ากองทุน ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์คนเจ็บ และเป็นเรื่อง กองทุนเงินทดแทนที่นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ไม่ใช่ประกันสังคม ม.33 ตารางใหม่มีผล 1 มกราคม 2570 ลดอัตราได้สูงสุด 70% และเพิ่มสูงสุด 50% ครับ
📌 ตัวเลขสำคัญของตารางที่ 2 (ฉบับใหม่)
📜 ประกาศฉบับที่ 2 เปลี่ยนอะไรบ้าง
ประกาศนี้แก้ไขประกาศกระทรวงแรงงานฉบับเดิมลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 44 และมาตรา 45 สาระสำคัญมี 3 เรื่องครับ
ยกเลิกตารางที่ 1 อัตราเงินสมทบเดิม แล้วใช้ตารางที่ 1 ฉบับใหม่แทน ตารางนี้คือ “อัตราหลัก” ของแต่ละประเภทกิจการ
ยกเลิกตารางที่ 3 การลด–เพิ่มอัตราเงินสมทบเดิม แล้วใช้ตารางที่ 2 ฉบับใหม่แทน ฝั่งลดได้ลึกขึ้น ฝั่งเพิ่มยังสูงสุด 50% เท่าเดิม
ประวัติเดิมยังถูกนับ นายจ้างที่จ่ายเงินสมทบอยู่ก่อนวันที่ประกาศใช้บังคับ ให้นำเงินทดแทนและเงินสมทบตามประกาศเดิมมาคำนวณอัตราส่วนการสูญเสียด้วย อุบัติเหตุในปีที่ผ่านมาจึงไม่ได้ถูกล้างไปพร้อมตารางเก่า
จุดที่ HR ควรจำคือ ข้อ 3 ไม่ได้แปลว่า “ปีเก่าคิดอัตราเก่า ปีใหม่เริ่มนับศูนย์” แต่หมายถึง ข้อมูลเงินทดแทนย้อนหลังของบริษัทยังเป็นฐานคำนวณต่อไป ครับ
🧮 “อัตราส่วนการสูญเสีย” คำนวณจากอะไร
ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ใช้อยู่ อัตราส่วนการสูญเสียของแต่ละปีคือ เงินทดแทนของปีนั้น ÷ เงินสมทบของปีนั้น × 100 ตัวอย่างง่าย ๆ ด้านล่างช่วยให้เห็นภาพครับ
📌 ตัวอย่างอัตราส่วนการสูญเสีย 1 ปี (สมมติบริษัทจ่ายเงินสมทบ 10,000 บาท)
↔ เลื่อนดูตารางได้
| เงินทดแทนที่กองทุนจ่ายให้ลูกจ้าง | อัตราส่วนการสูญเสีย | ผลตามตารางใหม่ |
|---|---|---|
| 2,000 บาท | 20.00 | ✅ ลดลง 60% |
| 7,500 บาท | 75.00 | ไม่ลด ไม่เพิ่ม |
| 9,500 บาท | 95.00 | ❌ เพิ่มขึ้น 20% |
| 15,000 บาท | 150.00 | ❌ เพิ่มขึ้น 50% |
ในการใช้งานจริง สปส. ไม่ได้ดูปีเดียว แต่ใช้สูตรถ่วงน้ำหนักครับ
- สูตร: 0.21 × อัตราส่วนการสูญเสียก่อนปีที่คำนวณ + 0.70 × อัตราส่วนการสูญเสียโดยเฉลี่ยปีที่คำนวณ
- ปีแรกที่ใช้ค่าประสบการณ์ ใช้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีปฏิทิน ปีต่อ ๆ ไปใช้ค่าที่คำนวณไว้ในปีก่อน
- เพดานสูงสุด 200 ถ้าคำนวณได้เกินจะปัดลงเป็น 200 (ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566)
- “เงินทดแทน” รวมทุกประเภท ทั้งที่จ่ายไปแล้วและที่คาดว่าจะต้องจ่ายในอนาคต
- เริ่มใช้เมื่อไร: นายจ้างต้องจ่ายอัตราหลักครบ 4 ปีปฏิทินติดต่อกันก่อน ตั้งแต่ปีที่ 5 จึงเริ่มลดหรือเพิ่มตามประสบการณ์
ผลที่ตามมาคือ อุบัติเหตุร้ายแรงครั้งเดียวอาจส่งผลต่ออัตราเงินสมทบหลายปี โดยเฉพาะกิจการขนาดเล็กที่เงินสมทบต่อปีไม่มาก เมื่อเทียบกับเงินทดแทนก้อนใหญ่ ค่าที่คำนวณได้จะพุ่งสูงทันทีครับ
📋 ตารางที่ 2 การลด–เพิ่มอัตราเงินสมทบ (มีผล 1 ม.ค. 2570)
↔ เลื่อนดูตารางได้
| อัตราส่วนการสูญเสีย | ลดลง / เพิ่มขึ้น | ร้อยละของอัตราเงินสมทบ |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 10.00 | ✅ ลดลง | 70 |
| 10.01 – 20.00 | ✅ ลดลง | 60 |
| 20.01 – 30.00 | ✅ ลดลง | 50 |
| 30.01 – 40.00 | ✅ ลดลง | 40 |
| 40.01 – 50.00 | ✅ ลดลง | 30 |
| 50.01 – 60.00 | ✅ ลดลง | 20 |
| 60.01 – 70.00 | ✅ ลดลง | 10 |
| 70.01 – 80.00 | ไม่ลด ไม่เพิ่ม | – |
| 80.01 – 90.00 | ❌ เพิ่มขึ้น | 10 |
| 90.01 – 100.00 | ❌ เพิ่มขึ้น | 20 |
| 100.01 – 110.00 | ❌ เพิ่มขึ้น | 30 |
| 110.01 – 120.00 | ❌ เพิ่มขึ้น | 40 |
| 120.01 ขึ้นไป | ❌ เพิ่มขึ้น | 50 |
เมื่อเทียบกับตารางเดิม ตารางเก่ากำหนดให้อัตราส่วนการสูญเสีย ไม่เกิน 30.00 ลดได้สูงสุด 50% ตารางใหม่แตกช่วงนี้ออกเป็น 3 ขั้น (70% / 60% / 50%) ส่วนฝั่งเพิ่มยังเหมือนเดิม แปลว่า ประกาศใหม่ให้รางวัลกับสถานประกอบการที่ความสูญเสียต่ำมากขึ้น ครับ
💰 อ่านตารางเป็นเงินบาท (ตัวอย่างสมมติ)
ตามวิธีที่ สปส. ใช้ ร้อยละในตารางจะนำไปคูณกับ อัตราเงินสมทบที่เรียกเก็บในปีก่อน แล้วบวกหรือลบออก ไม่ได้คูณจากศูนย์ ตัวอย่างนี้สมมติบริษัท 10 คน ค่าจ้างคนละ 200,000 บาทต่อปี อัตราปีก่อน 0.50% ครับ
📌 บริษัทสมมติ: ค่าจ้างรวมทั้งปี 2,000,000 บาท อัตราปีก่อน 0.50%
↔ เลื่อนดูตารางได้
| อัตราส่วนการสูญเสีย | ผลตามตาราง | อัตราใหม่ | เงินสมทบต่อปี |
|---|---|---|---|
| 55.00 | ✅ ลด 20% (0.50 × 20% = 0.10) | 0.40% | 8,000 บาท |
| 75.00 | ไม่ลด ไม่เพิ่ม | 0.50% | 10,000 บาท |
| 95.00 | ❌ เพิ่ม 20% (0.50 × 20% = 0.10) | 0.60% | 12,000 บาท |
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ตามหลักเกณฑ์ที่ สปส. ใช้มาถึงปี 2569 อัตราที่ปรับแล้ว ยังถูกจำกัดกรอบสูง–ต่ำเทียบกับอัตราหลักของประเภทกิจการ การลดหรือเพิ่มจึงไม่ได้เป็นไปตามตัวเลขในตารางเสมอไป บริษัทที่อยู่ในช่วงลด 70% จึงควรดูอัตราที่ สปส. แจ้งจริงเป็นหลักครับ
⚖️ กองทุนเงินทดแทน ไม่ใช่ประกันสังคม ม.33
สองกองทุนนี้อยู่ใต้ สปส. เหมือนกัน จึงสับสนกันง่าย แต่เป็นคนละกฎหมาย คนละเงินครับ
↔ เลื่อนดูตารางได้
| หัวข้อ | ประกันสังคม ม.33 | กองทุนเงินทดแทน |
|---|---|---|
| กฎหมาย | พ.ร.บ.ประกันสังคม | พ.ร.บ.เงินทดแทน |
| ใครจ่าย | นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล | นายจ้างฝ่ายเดียว |
| หักเงินเดือนลูกจ้าง | หัก 5% (ปี 2569–2571 ฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท) | ไม่หัก |
| ฐานคำนวณ | ค่าจ้างรายเดือน | ค่าจ้างทั้งปี × อัตราตามประเภทกิจการ |
| คุ้มครองกรณี | เจ็บป่วยนอกงาน คลอดบุตร ชราภาพ ว่างงาน ฯลฯ | ประสบอันตราย เจ็บป่วย สูญหาย หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน |
| ตารางลด–เพิ่มตามบทความนี้ | ❌ ไม่เกี่ยว | ✅ ใช้กับกองทุนนี้ |
ดังนั้นประกาศนี้ ไม่กระทบยอดหักประกันสังคมในสลิปเงินเดือนพนักงาน สิ่งที่เปลี่ยนคือต้นทุนกองทุนเงินทดแทนที่บริษัทจ่ายเองครับ
✅ ถ้าเป็น HR หรือเจ้าของกิจการ ควรทำอะไร
- เช็กรหัสประเภทกิจการและอัตราหลัก เพราะตารางที่ 1 ฉบับใหม่ใช้แทนของเดิมตั้งแต่ 1 ม.ค. 2570 ถ้ากิจการเปลี่ยนไปจากที่ขึ้นทะเบียนไว้ ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามมาตรา 44
- แจ้งการประสบอันตรายตามกฎหมายเสมอ นายจ้างต้องแจ้ง สปส. ภายใน 15 วันนับแต่ทราบเหตุตามมาตรา 48 และลูกจ้างมีสิทธิยื่นขอรับเงินทดแทนเองได้ภายใน 180 วันตามมาตรา 49
- ลดความสูญเสียที่ต้นเหตุ ร่วมกับ จป. ทบทวนจุดเสี่ยง อุปกรณ์ป้องกัน และการอบรม นี่คือวิธีที่ถูกต้องในการทำให้อัตราส่วนการสูญเสียต่ำ
- เก็บบันทึกเวลาทำงานและกะให้ครบ เมื่อเกิดเหตุ ข้อมูลว่าลูกจ้างทำงานกะไหน เวลาใด ช่วยให้การตรวจสอบว่าเป็นอันตรายเนื่องจากการทำงานหรือไม่ทำได้ชัดเจน
- รายงานค่าจ้างให้ตรงความจริง เพราะเงินสมทบคำนวณจากค่าจ้างทั้งปี ยอดที่ไม่ครบอาจตามมาด้วยเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนตามมาตรา 46
- ไม่เห็นด้วยกับการประเมิน อุทธรณ์ได้ ยื่นเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งตามมาตรา 52 แต่การอุทธรณ์ไม่หยุดเงินเพิ่มตามมาตรา 55
❌ จุดที่มักพลาด
- คิดว่าตารางนี้คือการปรับเงินประกันสังคมของพนักงาน
- ขอให้ลูกจ้างใช้สิทธิประกันสังคมหรือจ่ายเองแทน เพื่อไม่ให้มีเคลมกองทุนเงินทดแทน
- แจ้งเหตุช้า หรือไม่มีบันทึกเวลาทำงานในวันเกิดเหตุ
✅ วิธีที่รัดกุม
- แยกบัญชีต้นทุนกองทุนเงินทดแทนออกจากประกันสังคมให้ชัด
- แจ้งเหตุตามกฎหมาย แล้วลดความสูญเสียด้วยระบบความปลอดภัย
- เก็บบันทึกเวลา กะ และค่าจ้างเป็นระบบ ตรวจย้อนหลังได้
💡 ข้อคิดสำหรับองค์กร: ตารางใหม่ส่งสัญญาณชัดว่า กิจการที่ดูแลความปลอดภัยได้ดีจะจ่ายน้อยลงกว่าเดิม แต่ทางที่ได้ผลระยะยาวคือ “ลดอุบัติเหตุจริง” ไม่ใช่ “ลดการแจ้งเหตุ” เพราะการไม่แจ้งเหตุเป็นการผิดหน้าที่ตามกฎหมาย และทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิ์ ความปลอดภัยที่ดีจึงดีต่อทั้งพนักงานและต้นทุนของบริษัทในเวลาเดียวกันครับ
❓ คำถามที่พบบ่อย
Qประกาศนี้ทำให้ประกันสังคมที่หักพนักงานลดลงไหม?
ไม่ครับ ตารางลด–เพิ่มนี้ใช้กับเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ซึ่งนายจ้างจ่ายฝ่ายเดียวและไม่หักจากเงินเดือนลูกจ้าง ส่วนประกันสังคม ม.33 ยังเป็นไปตามกฎหมายประกันสังคมตามเดิม
Qบริษัทเพิ่งเปิด 2 ปี จะได้ลดเงินสมทบตามตารางใหม่ไหม?
ยังไม่ได้ครับ ตามหลักเกณฑ์ที่ สปส. ใช้ นายจ้างต้องจ่ายตามอัตราหลักครบ 4 ปีปฏิทินติดต่อกันก่อน จึงเริ่มใช้อัตราตามค่าประสบการณ์ตั้งแต่ปีที่ 5 ระหว่างนี้ข้อมูลเงินทดแทนของบริษัทจะถูกเก็บสะสมไว้เป็นฐานคำนวณ
Qถ้าเคยมีอุบัติเหตุหนักก่อนปี 2570 จะเริ่มนับใหม่ไหม?
ไม่เริ่มนับใหม่ครับ ประกาศฉบับที่ 2 กำหนดให้นำเงินทดแทนและเงินสมทบตามประกาศเดิมมาคำนวณอัตราส่วนการสูญเสียต่อ สิ่งที่ช่วยได้คือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และเก็บข้อมูลการทำงานให้ตรวจสอบได้ ซึ่ง โปรแกรมเงินเดือน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน ช่วยเก็บเวลาเข้า–ออก กะ และค่าจ้างไว้ในที่เดียว
ใช้ เครื่องสแกนใบหน้า ฝ่ามือ WP800 หรือ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ DST168W รู้ว่าใครเข้ากะไหน เวลาใด มี Log บันทึกการแก้ไขเวลา
Export ข้อมูลเป็น Excel รายงวด/รายปี ใช้ประกอบงานรายงานค่าจ้าง ข้อมูลเก็บในเครื่องของบริษัทเอง
โปรแกรมเงินเดือนแถมมากับเครื่องสแกน ไม่จำกัดจำนวนพนักงาน ทีมงานรีโมทติดตั้งและสอนใช้งานให้
⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: อ้างอิงประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ประเภท ขนาดของกิจการ ท้องที่ที่ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบ อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (ฉบับที่ 2) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 243 ง วันที่ 6 ตุลาคม 2569, ประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณอัตราส่วนการสูญเสีย ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 และพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 มาตรา 44, 45, 46, 48, 49, 52 และ 55 ตัวอย่างตัวเลขในบทความเป็นการสมมติเพื่อการเรียนรู้ อัตราจริงของแต่ละกิจการเป็นไปตามการประเมินของสำนักงานประกันสังคม บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปจาก Digitalscan (บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด) ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี ข้อมูลอ้างอิงกฎหมายที่มีผลบังคับ ณ ตุลาคม 2569 ครับ

