อดีตกรรมการฟ้องเรียกค่าจ้างหลักแสน นายจ้างต้องจ่ายไหม?

💼 อดีตกรรมการฟ้องเรียกค่าจ้างหลักแสน… ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าทำงานจริง!

คำตอบสั้น ๆ

หากไม่มีการทำงานภายใต้อำนาจบังคับบัญชา และไม่มีเนื้อหางานจริง ศาลอาจมองว่าสัญญาจ้างนั้นเป็นนิติกรรมอำพราง ทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างตามที่ถูกเรียกร้องครับ

📌 กรณีศึกษา: สัญญาจ้างพิรุธ กัปตันเรือผีสิง

ข้ออ้างลูกจ้าง

อ้างว่ารับโอนย้ายมาจากบริษัทแม่ มีชื่อรับเงินเดือนอย่างหรูหราในสัญญาจ้าง และฟ้องร้องให้บริษัทจ่ายค่าจ้างของเดือนธันวาคม 2562 เป็นเงิน 281,000 กว่าบาท

คำวินิจฉัยศาล

สัญญาจ้างมีพิรุธ (เช่น ห้ามเป็นกรรมการบริษัทอื่นถึง 2 ปี) ผู้บริหารรายนี้เพียงแค่มาปรากฏตัวที่บริษัทแล้วกลับ ไม่ได้ปฏิบัติงานภายใต้คำสั่งใครเลย และไม่มีใครเป็นผู้รับรายงานตัว

ผลทางกฎหมาย

เมื่อไม่มีการทำงานที่เป็นสัญญาต่างตอบแทนเพื่อรับค่าจ้าง ศาลฎีกาจึงมองว่าสัญญาไม่ชอบและอาจเป็นนิติกรรมอำพราง ให้ย้อนสำนวนกลับไปพิจารณาข้อเท็จจริงใหม่ครับ

📑 สิ่งที่ต้องเข้าใจ: ลูกจ้างตัวจริง ดูกันที่ตรงไหน?

  • กระดาษสัญญา ไม่เท่ากับ ความจริงเสมอไป: แม้จะเซ็นสัญญาระบุตำแหน่งใหญ่โต แต่กฎหมายจะพิจารณาจาก “พฤติการณ์การทำงานจริง” เป็นหลัก
  • ต้องมีอำนาจบังคับบัญชา: ตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 และ 583 การจะเป็นนายจ้างและลูกจ้างกัน ต้องมีการสั่งงานจริง และต้องปฏิบัติตามระเบียบของนายจ้าง
  • สัญญาต่างตอบแทน: ต้องมีการทำงานเพื่อแลกกับค่าจ้าง หากไม่มีการส่งมอบงาน หรือไม่มีเนื้อหางานเลย อาจถูกมองว่าทำสัญญาโดยไม่สุจริตครับ

🛡️ ทริกป้องกัน: HR และนายจ้างควรทำอย่างไรเพื่ออุดช่องโหว่?

  • ระบุสายการบังคับบัญชาให้ชัดเจน: ในสัญญาจ้างต้องระบุให้ชัดว่า ตำแหน่งนั้นๆ ต้อง “รายงานตรงต่อใคร” (Report to) แม้จะเป็นผู้บริหารระดับสูงก็ตาม
  • เก็บหลักฐานการปฏิบัติงาน: ควรมีการบันทึกการส่งมอบงาน การเข้าประชุม หรือการรับคำสั่ง เพื่อใช้ยืนยันว่ามีการทำงานจริง ไม่ใช่แค่สัญญาลอยๆ
  • มีระบบตรวจสอบเวลาที่รัดกุม: ป้องกันข้ออ้างว่า “มาทำงานแล้วแต่ไม่มีใครเห็น” ด้วยการใช้ระบบบันทึกเวลาที่แม่นยำ ไม่ใช่แค่การเดินเข้ามารายงานตัวหน้าประตูแล้วกลับ

💡 ข้อคิดสำหรับองค์กร: ในยุคที่คนทำงานแบบ Remote Work หรือ Digital Nomad มากขึ้น การพิสูจน์ว่าพนักงาน “มาทำงาน” อาจไม่ใช่แค่การปรากฏตัว แต่คือการสร้างเนื้อหางานจริง ดังนั้น เจ้าของธุรกิจต้องสร้างระบบประเมินผลและบันทึกเวลาที่ตรวจสอบได้ เพื่อปกป้องกิจการจากปัญหาการเรียกร้องผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมครับ

Qเซ็นสัญญาจ้างไปแล้ว ถือว่าเป็นลูกจ้างโดยอัตโนมัติหรือไม่?

ไม่เสมอไปครับ ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่ามีการทำงานและรับคำสั่งภายใต้อำนาจบังคับบัญชาอย่างแท้จริงหรือไม่ หากไม่มีเนื้อหางานเลย อาจถือเป็นเพียงนิติกรรมอำพราง

Qนิติกรรมอำพรางในสัญญาจ้าง คืออะไร?

คือการทำสัญญาจ้างขึ้นมาบังหน้า เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีเจตนาที่จะผูกพันเป็นนายจ้างและลูกจ้างกันจริงครับ

Qทำอย่างไรไม่ให้พนักงานอ้างว่ามาทำงานแล้วแต่ไม่มีคนเห็น?

องค์กรควรมีกฎระเบียบให้บันทึกเวลาเข้า-ออกงานทุกครั้ง โดยเลือกใช้ โปรแกรมเงินเดือน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน ที่เก็บบันทึกข้อมูลเวลาได้อย่างโปร่งใส และดึงมาเป็นหลักฐานได้ทันทีครับ

💼 จบปัญหาปวดหัวเรื่องเวลาทำงาน…ด้วย Digitalscan
👤
ยืนยันตัวตนแม่นยำ

หมดปัญหาการอ้างลอยๆ หรือลงเวลาแทนกัน ด้วย เครื่องสแกนใบหน้า ฝ่ามือ WP800

📑
หลักฐานชัดเจน โปร่งใส

ข้อมูลเข้าออกงานถูกบันทึกอย่างเป็นระบบ มั่นใจเมื่อต้องตรวจสอบหรือเกิดข้อพิพาทแรงงาน

💰
จ่ายครั้งเดียว คุ้มค่า

ระบบของ Digitalscan (บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด) ซื้อขาด จ่ายครั้งเดียว ไม่มีค่าบริการรายเดือนกวนใจ

⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้สรุปข้อคิดเห็นทางกฎหมายอ้างอิงจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2567 และเป็นเพียงความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายรายกรณี หากท่านมีข้อพิพาทหรือปัญหาเฉพาะด้าน ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานเพิ่มเติมครับ