🧭 มอบงานที่ลูกจ้างไม่มีความรู้ แล้วงานพลาด โทษลูกจ้างคนเดียวได้ไหม?
สถานการณ์นี้เกิดบ่อยในบริษัทขนาดกลางและเล็กครับ คนไม่พอ งานด่วนเข้า ผู้บริหารเลยหยิบพนักงานที่ “ว่างที่สุด” ไปรับผิดชอบงานที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทาง พอผลออกมาไม่ตรงแผน ก็สรุปว่าพนักงานบกพร่องแล้วเลิกจ้าง คำถามคือ ถ้าเรื่องไปถึงศาลแรงงาน ศาลจะมองว่าความผิดอยู่ที่ใคร
📌 คำตอบสั้น ๆ: โทษลูกจ้างฝ่ายเดียวไม่ได้เสมอไปครับ นายจ้างมีอำนาจสั่งงาน แต่คำสั่งต้อง ได้สัดส่วนกับตำแหน่ง ความรู้ และประสบการณ์ ของลูกจ้าง ถ้ามอบงานเฉพาะทางให้คนที่ไม่มีพื้นฐาน แล้วเลิกจ้างเมื่องานพลาด ศาลอาจเห็นว่าเป็น ความผิดพลาดร่วมกัน รวมถึงความผิดพลาดของนายจ้างในการเลือกคน และถือเป็น การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ได้ แต่ถ้างานอยู่ในตำแหน่งของลูกจ้างเอง และนายจ้างให้โอกาสปรับปรุงพอสมควรแล้ว การเลิกจ้างเพราะงานบกพร่องก็เป็นธรรมได้ครับ
⚖️ กรณีศึกษา: ให้พนักงานที่ไม่มีพื้นฐานเรือ คุมงานซ่อมเรือทั้งลำ
คดีนี้คือ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1351/2567 นายจ้างประกอบธุรกิจเรือขนส่งผู้โดยสาร และมอบให้ลูกจ้างคนหนึ่งดูแลการซ่อมเรือลำหนึ่งทั้งหมด ตั้งแต่นำเรือเข้าอู่จนนำเรือออก แต่เกิดปัญหาขัดข้อง ทำให้นำเรือกลับจังหวัดสุราษฎร์ธานีตามแผนวันที่ 22 มีนาคม 2565 ไม่ได้ นายจ้างจึงเลิกจ้าง
ได้มอบหมายให้ลูกจ้างเป็นผู้ควบคุมดูแลการซ่อมเรือทั้งหมด เมื่อซ่อมไม่เสร็จตามกำหนดและเรือกลับไม่ได้ตามแผน จึงเป็นความบกพร่องของลูกจ้าง
ลูกจ้าง ไม่ได้มีความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจเรือ งานที่มอบหมายเทียบเท่า การบริหารสัญญาจ้างเหมากับอู่ซ่อมเรือ ซึ่งต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคด้านเครื่องยนต์และกลไกเรือ คำสั่งนี้จึง ไม่ได้สัดส่วน กับตำแหน่งและความรู้ของลูกจ้าง และไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ความขัดข้องที่เกิดขึ้นเป็น ความผิดร่วมกัน ของผู้เกี่ยวข้องกับการซ่อม และเป็นความผิดพลาดของนายจ้างในการเลือกผู้รับผิดชอบ ทั้งไม่อาจถือว่าลูกจ้างขาดความตั้งใจทำงาน
นายจ้างเลิกจ้างโดย ยังไม่มีเหตุที่สมควรและเพียงพอ จึงเป็น การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
แต่ศาลไม่ได้ตัดสินแบบนี้ทุกคดีที่ลูกจ้างทำงานพลาดครับ ลองเทียบกับ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4630/2565 ซึ่งลูกจ้างเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน ทำงานบกพร่องและล่าช้า นายจ้างออกหนังสือเตือนแล้ว ลูกจ้างยังบกพร่องต่อ นายจ้างจึงเลิกจ้างหลังเตือนประมาณ 2 เดือน ศาลฎีกาเห็นว่า คนในตำแหน่งระดับนี้ได้ค่าจ้างสูงและมีลูกน้องหลายคน นายจ้างย่อมคาดหวังความรู้ความสามารถมากกว่าพนักงานทั่วไป เมื่อให้เวลาปรับปรุงพอสมควรแล้วยังไม่ดีขึ้น และไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง จึง ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
📌 สองคดี ผลต่างกันเพราะอะไร
คดีซ่อมเรือ (อุทธรณ์ 1351/2567)
- งานเฉพาะทาง อยู่นอกความรู้ของลูกจ้าง
- หลายฝ่ายมีส่วนทำให้งานขัดข้อง
- ผล: เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
คดีผู้อำนวยการบัญชี (ฎีกา 4630/2565)
- งานตรงตำแหน่งที่รับค่าจ้างสูง
- เตือนเป็นหนังสือ ให้เวลาปรับปรุงราว 2 เดือน
- ผล: เลิกจ้างเป็นธรรม
📖 สิ่งที่นายจ้างและ HR ต้องเข้าใจ
- เลิกจ้างไม่เป็นธรรมวัดจาก “เหตุ” ศาลดูว่านายจ้างมีเหตุจริง และเหตุนั้นสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจ้างหรือไม่ ตามมาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ถ้าไม่เป็นธรรม ศาลอาจสั่งให้รับกลับเข้าทำงาน หรือให้จ่ายค่าเสียหาย โดยพิจารณาอายุ ระยะเวลาทำงาน ความเดือดร้อนของลูกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับประกอบ
- อำนาจสั่งงานมีขอบเขต นายจ้างมอบงานใหม่ได้ แต่ถ้างานต้องใช้ทักษะที่ลูกจ้างไม่มี และไม่ได้ให้ความรู้ ผู้ช่วย หรือผู้เชี่ยวชาญมาด้วย ความล้มเหลวที่ตามมาอาจถูกมองว่ามาจากการวางคนผิดงาน ไม่ใช่จากตัวลูกจ้าง
- ความสามารถ กับ ความประพฤติ ต่างกัน ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7096/2550 ศาลแยกกรณี “ทำงานไม่ได้มาตรฐานแม้อบรมหรือฝึกสอนแล้ว” ออกจากกรณี “ขาดงานบ่อย ขาดความรับผิดชอบ” ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างของบริษัทนั้น เมื่อผลประเมินต่ำหลายครั้งจนไม่ได้มาตรฐาน นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องเตือนเป็นหนังสือก่อน และไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
- ใช้คำว่า “ละทิ้งหน้าที่” ต้องระวัง ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน การละทิ้งหน้าที่ที่ทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หมายถึงละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร (มาตรา 119) งานที่ทำไม่สำเร็จเพราะไม่มีความรู้ ไม่ใช่การละทิ้งหน้าที่
- ค่าชดเชยกับค่าเสียหายเป็นคนละก้อน การเลิกจ้างเพราะงานไม่ได้มาตรฐานโดยทั่วไปไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 119 นายจ้างจึงยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นอีกเรื่องที่ศาลพิจารณาแยก
- ความเสียหายร้ายแรงจากความประมาท เป็นเหตุไม่จ่ายค่าชดเชยได้ตามมาตรา 119 แต่ต้องเป็นความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างที่ทำให้นายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรงจริง ไม่ใช่ผลจากงานที่นายจ้างมอบให้คนที่ไม่มีความรู้ทำตั้งแต่ต้น
✅ ถ้าจำเป็นต้องมอบงานนอกสายงาน HR และนายจ้างควรทำอย่างไร
การดึงพนักงานไปช่วยงานอื่นเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ สิ่งที่ช่วยทั้งงานและป้องกันข้อพิพาทคือ ทำให้ชัดตั้งแต่วันที่มอบหมายครับ
- ตรวจคุณสมบัติก่อนมอบ เทียบงานกับ JD ประสบการณ์ และใบอนุญาตที่งานนั้นต้องใช้ ถ้าไม่ตรง ให้หาผู้เชี่ยวชาญมาร่วมหรือคุมเทคนิค
- เขียนขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่าลูกจ้างรับผิดชอบส่วนไหน เช่น ประสานงานและรายงาน ส่วนการตัดสินใจทางเทคนิคเป็นของใคร
- ให้ความรู้และเครื่องมือ อบรม แนบคู่มือ หรือจับคู่กับคนที่ชำนาญ แล้วเก็บหลักฐานการอบรมไว้
- ติดตามเป็นระยะ ตั้งจุดรายงานความคืบหน้า เพื่อเห็นปัญหาก่อนสาย และแยกได้ว่าความล่าช้ามาจากลูกจ้าง ผู้รับเหมา หรือปัจจัยภายนอก
- ถ้างานพลาด สอบข้อเท็จจริงก่อนลงโทษ ให้ลูกจ้างชี้แจง และดูว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ไม่ด่วนสรุปจากผลลัพธ์อย่างเดียว
- ถ้าเป็นเรื่องความสามารถในงานประจำ ประเมินผล ให้ข้อเสนอแนะ เตือนเป็นหนังสือเมื่อเหมาะสม และให้เวลาปรับปรุงที่สมเหตุสมผลก่อนพิจารณาเลิกจ้าง
- ทางเลือกอื่นนอกจากเลิกจ้าง เช่น ย้ายกลับงานเดิมที่ทำได้ดี โดยไม่ลดค่าจ้างหรือสภาพการจ้าง
📌 ลำดับที่ช่วยให้การตัดสินใจรัดกุม
มอบงานให้ตรงความรู้และตำแหน่ง
อบรม ให้คู่มือ หรือผู้ชำนาญช่วย
ประเมินผล เตือน และให้เวลาปรับปรุง
✅ จึงพิจารณาเลิกจ้างพร้อมเหตุผลและหลักฐาน
💡 ข้อคิดสำหรับองค์กร: หลัก Put the right man on the right job ไม่ได้เป็นแค่เรื่องประสิทธิภาพ แต่เป็นเกราะทางกฎหมายด้วย เมื่อนายจ้างเลือกคนให้ตรงงาน ให้เครื่องมือ และติดตามอย่างเป็นระบบ ถ้าวันหนึ่งต้องตัดสินใจเรื่องผลงานจริง ๆ นายจ้างจะมีทั้งเหตุผลและหลักฐานที่ศาลรับฟังได้ ส่วนลูกจ้างก็ได้รับความเป็นธรรมที่ไม่ต้องรับผิดในสิ่งที่อยู่นอกความสามารถของตัวเองครับ
❓ คำถามที่พบบ่อย
นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำงานนอกตำแหน่งได้ไหม?
สั่งได้ภายในขอบเขตที่สมเหตุสมผลครับ แต่คำสั่งต้องได้สัดส่วนกับตำแหน่ง ความรู้ และประสบการณ์ของลูกจ้าง ในคดีอุทธรณ์ 1351/2567 ศาลเห็นว่าการมอบให้ลูกจ้างที่ไม่มีพื้นฐานเรือคุมงานซ่อมเรือทั้งหมดเป็นคำสั่งที่ไม่ได้สัดส่วนและไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง เมื่องานขัดข้องจึงโทษลูกจ้างฝ่ายเดียวไม่ได้
ลูกจ้างทำงานไม่ได้มาตรฐาน เลิกจ้างได้ไหม และต้องเตือนก่อนหรือเปล่า?
เลิกจ้างได้ถ้ามีเหตุสมควรและเพียงพอครับ ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4630/2565 นายจ้างเตือนเป็นหนังสือและให้เวลาปรับปรุงราว 2 เดือน ศาลถือว่าเป็นธรรม ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7096/2550 ซึ่งเป็นกรณีขาดความสามารถตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างของบริษัทนั้น ศาลเห็นว่าไม่ต้องเตือนเป็นหนังสือก่อน ทั้งนี้ต้องดูข้อบังคับของแต่ละบริษัทและข้อเท็จจริงประกอบด้วย
เลิกจ้างเพราะงานไม่ได้มาตรฐาน ต้องจ่ายค่าชดเชยไหม?
โดยทั่วไปต้องจ่ายครับ เพราะงานไม่ได้มาตรฐานไม่ได้อยู่ในเหตุยกเว้นตามมาตรา 119 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118 ควรใช้ข้อมูลอายุงานและค่าจ้างล่าสุดที่บันทึกไว้ในระบบ เช่น โปรแกรมเงินเดือน Digitalscan Payroll มาตรวจยอดก่อนจ่ายครับ
สรุปขาด ลา มาสาย จากเครื่องสแกน รายวัน รายเดือน
เก็บในคอมพิวเตอร์ของบริษัทเอง Cloud เป็นตัวเลือกเสริม
เครื่องสแกนพร้อมโปรแกรมเงินเดือน ไม่มีค่ารายเดือน
⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้เรียบเรียงจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1351/2567 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4630/2565 และ 7096/2550 ประกอบมาตรา 49 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 และมาตรา 118–119 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อให้ความรู้ทั่วไปแก่เจ้าของกิจการและ HR โดยบริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด ผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อพิพาท ควรปรึกษาสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่หรือทนายความครับ

