กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ลดหย่อนภาษีได้ไหม? อัปเดต 2569

🧾 ถูกหักเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างทุกเดือน แล้วเอาไปลดหย่อนภาษีได้ไหม?

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 สลิปเงินเดือนของพนักงานจำนวนมากจะมีรายการหักใหม่เพิ่มขึ้นมา คือเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คำถามแรกที่ HR มักได้ยินจากพนักงานคือ “เงินนี้เอาไปลดหย่อนภาษีตอนสิ้นปีได้ไหม” ส่วนเจ้าของกิจการก็อยากรู้ว่าเงินสมทบที่บริษัทจ่ายเพิ่มจะลงเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือเปล่า บทความนี้สรุปคำตอบตามตัวบทกฎหมายที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้ HR ตอบพนักงานได้ถูกต้องตั้งแต่เดือนแรกครับ

คำตอบสั้น ๆ

ณ ปัจจุบัน เงินสะสมที่ลูกจ้างถูกหักเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ยังไม่อยู่ในรายการค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต่างจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่ลดหย่อนได้ ส่วนเงินสมทบของนายจ้างเป็นคนละเรื่อง คือเป็นประเด็นรายจ่ายของนิติบุคคล ซึ่งยังไม่มีแนวปฏิบัติเฉพาะที่ชัดเจน ควรยืนยันกับผู้สอบบัญชีก่อนปิดงบครับ

⚖️ สรุปประเด็นทางกฎหมาย

ข้อสงสัย

ลูกจ้างถูกหักเงินสะสมตามกฎหมายทุกเดือน จึงเข้าใจว่าน่าจะนำไปลดหย่อนภาษีได้เหมือน PVD หรือประกันสังคม

ข้อกฎหมาย

หน้าที่หักและนำส่งเงินมาจาก พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 131 ซึ่งเป็นกฎหมายแรงงาน ส่วนสิทธิลดหย่อนภาษีต้องมีรองรับในประมวลรัษฎากรหรือกฎหมายลำดับรองของกระทรวงการคลังโดยเฉพาะ ซึ่งยังไม่พบว่ามีการกำหนดไว้สำหรับกองทุนนี้

ผลในทางปฏิบัติ

ลูกจ้างยังนำเงินสะสมไปกรอกเป็นค่าลดหย่อนไม่ได้ จนกว่าจะมีประกาศใหม่ HR จึงไม่ควรบอกพนักงานว่าลดหย่อนได้ และไม่ควรนำยอดนี้ไปใส่ในช่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของหนังสือรับรอง 50 ทวิ

📌 สิ่งที่นายจ้างและ HR ต้องเข้าใจ

  • กองทุนนี้เป็นภาคบังคับตามกฎหมาย ตั้งอยู่ในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตามมาตรา 126 เพื่อสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิต ไม่ใช่กองทุนที่บริษัทเลือกตั้งเองเหมือน PVD
  • นายจ้างมีหน้าที่หักและนำส่ง ทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง ต้องหักเงินสะสมจากลูกจ้างและจ่ายเงินสมทบส่วนนายจ้างตามอัตราในกฎกระทรวง นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • ส่งช้าหรือส่งไม่ครบมีเงินเพิ่ม ร้อยละ 5 ต่อเดือนของยอดที่ค้าง และมาตรา 131 ห้ามนายจ้างอ้างว่าลืมหักหรือหักไม่ครบเพื่อให้พ้นความรับผิด
  • ลูกจ้างได้เงินคืนเมื่อออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญา จุดนี้ช่วยให้ HR อธิบายพนักงานได้ว่าเงินที่ถูกหักไม่ได้หายไปไหน
  • ลดหย่อนภาษีไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าไม่มีประโยชน์ กองทุนนี้ออกแบบมาเป็นเงินสำรองยามเปลี่ยนงาน ไม่ใช่เครื่องมือวางแผนภาษีแบบ PVD
  • เงินสมทบของนายจ้างยังมีความเห็นต่าง บางแหล่งเห็นว่าลงเป็นรายจ่ายได้เหมือนเงินสมทบประกันสังคม เพราะเป็นเงินที่กฎหมายบังคับจ่ายและตกเป็นของกองทุนตามมาตรา 129 แต่ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (2) ก็กำหนดให้ “เงินกองทุน” เป็นรายจ่ายต้องห้าม เว้นแต่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงควรให้ผู้สอบบัญชีพิจารณาหรือทำหนังสือหารือกรมสรรพากร
  • ภาครัฐยังรับฟังความเห็นอยู่ ต้นเดือนกันยายน 2569 ภาคนายจ้างได้เสนอกระทรวงแรงงานให้มีช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่กำหนดการตามกฎหมายที่มีผลอยู่ยังเป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ควรเตรียมระบบให้พร้อมไว้ก่อน

✅ ถ้าพนักงานถามเรื่องนี้ HR และนายจ้างควรทำอย่างไร

  • แจ้งพนักงานให้ชัดตั้งแต่เดือนแรก ว่าเงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างยังลดหย่อนภาษีไม่ได้ ป้องกันพนักงานกรอกผิดตอนยื่นภาษีแล้วถูกเรียกเก็บย้อนหลัง
  • แยกรายการในสลิปเงินเดือนให้ชัด ไม่ปนกับประกันสังคมหรือ PVD พนักงานจะเห็นยอดของตัวเองและไม่สับสน
  • ตรวจแบบฟอร์ม 50 ทวิ ปลายปี ไม่นำยอดเงินสะสมกองทุนนี้ไปใส่ในช่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือช่องค่าลดหย่อนอื่น
  • ปรึกษาผู้สอบบัญชีเรื่องเงินสมทบนายจ้าง ก่อนปิดงบปี 2569 หากยังไม่ชัดเจน ให้ทำหนังสือหารือกรมสรรพากรและเก็บคำตอบไว้เป็นหลักฐาน
  • เก็บหลักฐานการนำส่งทุกเดือน ทั้งใบนำส่งและรายชื่อลูกจ้าง ใช้ได้ทั้งตอนถูกตรวจแรงงานและตอนผู้สอบบัญชีขอดู
  • ตรวจกลุ่มพนักงานที่ต้องเข้ากองทุน หากบริษัทมี PVD อยู่แล้ว ให้เช็กพนักงานที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก PVD เช่น คนที่อยู่ระหว่างทดลองงาน เพราะอาจต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแทน
  • ติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐ ทั้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและกรมสรรพากร เพราะสิทธิทางภาษีอาจเปลี่ยนได้ในอนาคต

💡 ข้อคิดสำหรับองค์กร: พนักงานส่วนใหญ่ไม่ได้กังวลเรื่องเงินไม่กี่สิบบาทที่ถูกหัก แต่กังวลว่า “หักแล้วได้อะไร” ถ้า HR อธิบายได้ชัดตั้งแต่วันแรกว่าลดหย่อนภาษีไม่ได้ แต่ได้เงินคืนทั้งก้อนเมื่อออกจากงาน ความไว้ใจระหว่างบริษัทกับพนักงานจะดีขึ้นมาก และบริษัทก็ไม่ต้องมาตามแก้ความเข้าใจผิดทีหลังครับ

❓ คำถามที่พบบ่อย

Qเงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง นำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไหม?

ยังไม่ได้ครับ ปัจจุบันยังไม่มีบทบัญญัติในประมวลรัษฎากรหรือกฎกระทรวงที่ให้นำเงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไปหักลดหย่อนได้ ต่างจากเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ลดหย่อนได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

Qกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างกันอย่างไร?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นภาคบังคับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน บริหารโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และยังไม่มีสิทธิลดหย่อนภาษี ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นภาคสมัครใจ บริหารโดยบริษัทจัดการกองทุน และเงินสะสมลดหย่อนภาษีได้ ลูกจ้างที่เป็นสมาชิก PVD แล้วจึงไม่ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างซ้ำ

Qนายจ้างต้องเตรียมระบบเงินเดือนอย่างไรให้หักเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ถูกต้อง?

ต้องคำนวณจากค่าจ้างจริงของพนักงานแต่ละคน แยกรายการในสลิปให้ชัด และนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ระบบที่ช่วยได้คือ โปรแกรมเงินเดือน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน ของ Digitalscan ซึ่งรองรับการคำนวณตามกฎหมายใหม่ โดย HR ตั้งค่าเงื่อนไขเองได้

💼 เตรียมระบบเงินเดือนให้พร้อมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ด้วย DigitalScan
🧮
รองรับการคำนวณตามกฎหมายใหม่

โปรแกรมเงินเดือน จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน ตั้งค่ารายการหักกองทุนได้เอง แยกในสลิปชัดเจน พร้อมออก 50 ทวิ

🖐️
เวลาทำงานแม่น ค่าจ้างก็แม่น

ข้อมูลจาก เครื่องสแกนลายนิ้วมือ DST168W หรือ เครื่องสแกนใบหน้า ฝ่ามือ WP800 ส่งเข้าโปรแกรมเงินเดือน ลดการคีย์มือ

🔒
ซื้อขาด ข้อมูลอยู่ในเครื่องของคุณ

จ่ายครั้งเดียว ไม่มีค่ารายเดือน ข้อมูลพนักงานเก็บในเครื่องตามค่าเริ่มต้น สอดคล้องแนวทาง PDPA ส่วน Cloud เป็นตัวเลือกเสริม (Optional)

⚖️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้อ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 126, 129 และ 131 และประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (2) ข้อมูล ณ วันที่ 22 กันยายน 2569 ผู้เขียนค้นฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ยังไม่พบคำพิพากษาที่วินิจฉัยเรื่องสิทธิทางภาษีของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยตรง จึงอธิบายจากตัวบทกฎหมายเป็นหลัก เนื้อหาเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือภาษีเฉพาะกรณี กรุณาตรวจสอบกับกรมสรรพากร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้สอบบัญชีของท่านก่อนตัดสินใจ จัดทำโดย Digitalscan (บริษัท อินโนเวชั่น สแกน จำกัด) ครับ